<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แม้ไม่ใช่มืออาชีพแต่คุณก็สามารถถ่ายภาพให้สวยได้กับเรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับกล้องและภาพถ่าย</title>
	<atom:link href="http://www.verizon-xv6800.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.verizon-xv6800.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 16 May 2012 10:58:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>SONY Alpha NEX-5 และ Alpha NEX-3</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/sony-alpha-nex-5-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-alpha-nex-3</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/sony-alpha-nex-5-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-alpha-nex-3#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 May 2012 10:58:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=299</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอลโซนี่ รุ่น NEX-3 และ NEX-5 ใหม่ล่าสุด กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้ในขนาดเล็กแบบอัลตร้าคอมแพ็ค ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเปลี่ยนเลนส์ โดยกล้องดิจิตอลโซนี่ ทั้งสองรุ่น ถือเป็นกล้องที่มีขนาดตัวกล้องเล็กและเบาที่สุดในโลกสำหรับกล้องดิจิตอลที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานของเลนส์ได้ นอกจากนี้ กล้องดิจิตอลโซนี่ NEX-3 และ NEX-5 ยังสามารถทำให้การถ่ายภาพระดับมืออาชีพเป็นเรื่องง่าย ด้วยประสิทธิภาพเทียบเท่ากล้อง DSLR ผ่านเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ExmorTM APS HD CMOS ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล และสามารถบันทึกวิดีโอรูปแบบ AVCHD ความละเอียด HD 1080/60i สำหรับรุ่น NEX-5 โดยเฉพาะอีกด้วย คุณภาพของภาพถ่ายและวิดิโอเหนือระดับ ด้วยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ ExmorTM APS HD CMOS ใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยหน่วยประมวลผล BIONZ ความเร็วสูง ทำให้กล้องโซนี่ NEX-3 และ NEX-5 ให้ภาพถ่ายที่มีความละเอียดคมชัด สมจริง และสามารถบันทึกวิดีโอแบบไฮเดฟฟินิชั่น ด้วย richer tonal [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="" src="http://www.thecameracity.com/filemanager/article/bigpic/194.jpg" class="alignnone" width="530" height="448" /></p>
<p>กล้องดิจิตอลโซนี่ รุ่น NEX-3 และ NEX-5 ใหม่ล่าสุด กล้องดิจิตอลเปลี่ยนเลนส์ได้ในขนาดเล็กแบบอัลตร้าคอมแพ็ค ที่มาพร้อมกับความสามารถในการเปลี่ยนเลนส์ โดยกล้องดิจิตอลโซนี่ ทั้งสองรุ่น ถือเป็นกล้องที่มีขนาดตัวกล้องเล็กและเบาที่สุดในโลกสำหรับกล้องดิจิตอลที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานของเลนส์ได้ นอกจากนี้ กล้องดิจิตอลโซนี่ NEX-3 และ NEX-5 ยังสามารถทำให้การถ่ายภาพระดับมืออาชีพเป็นเรื่องง่าย ด้วยประสิทธิภาพเทียบเท่ากล้อง DSLR ผ่านเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ ExmorTM APS HD CMOS ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล และสามารถบันทึกวิดีโอรูปแบบ AVCHD ความละเอียด HD 1080/60i สำหรับรุ่น NEX-5 โดยเฉพาะอีกด้วย</p>
<p>คุณภาพของภาพถ่ายและวิดิโอเหนือระดับ<br />
ด้วยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ ExmorTM APS HD CMOS ใหม่ล่าสุด พร้อมด้วยหน่วยประมวลผล BIONZ ความเร็วสูง ทำให้กล้องโซนี่ NEX-3 และ NEX-5 ให้ภาพถ่ายที่มีความละเอียดคมชัด สมจริง และสามารถบันทึกวิดีโอแบบไฮเดฟฟินิชั่น ด้วย richer tonal gradation และเสียงรบกวนต่ำ โดยกล้องโซนี่ NEX-5 สามารถบันทึกวิดีโอภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบ AVCHD ที่ให้ความละเอียดในการแสดงผล Full HD 1080/60i ในขณะที่กล้อง โซนี่ NEX-3 สามารถบันทึกไฟล์วิดีโอในรูปแบบ MP4 ด้วยเช่นกัน พร้อมกันนี้ หน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมกับกล้อง NEX ทั้ง 2 รุ่นยังสามารถตั้งค่า ISO ได้สูงสุดถึง 12,800 ให้ความละเอียดได้สูงสุด 14.2 ล้านพิกเซล รวมไปถึงโหมดการเบลอฉากหลัง และโหมดการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>นอกจากนี้ ประสิทธิภาพจากการเปลี่ยนเลนส์ในกล้อง NEX-3 และ NEX-5 ยังช่วยให้บรรดาช่างภาพสามารถสลับสับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างลงตัว เพิ่มความคล่องตัว ทั้งสำหรับการถ่ายภาพ และวิดีโอ ด้วยเลนส์ E ที่สามารถใช้งานในมุมกว้าง การซูมแบบทั่วไป รวมถึงการซูมที่ต้องการรายละเอียดแบบสมจริง ทั้งนี้ ยังสามารถเลือกใช้งาน Ultra Wide-Angle Converter, Fisheye Converter และ A-Mount Adaptor ที่ผู้ถ่ายภาพสามารถใช้งานกล้อง NEX-3 และ NEX-5 ร่วมกับชุดเลนส์ A-mount ที่มีอยู่แล้วเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการถ่ายภาพให้ก้าวล้ำไปอีกระดับ</p>
<p>ดีไซน์กะทัดรัด โดดเด่นด้วยสไตล์ล้ำสมัย<br />
ด้วยแนวคิดการออกแบบ สะท้อนคอนเซ็ปท์ Mirrorless ส่งผลให้ กล้อง Sony NEX-5 เป็นกล้องดิจิตอลระบบปรับเปลี่ยนเลนส์ทีี่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบาที่สุดในขณะนี้ ด้วยน้ำหนักเพียง 229 กรัม และตัวกล้องขนาด 110.8 มม. x 58.8 มม. x 38.2 มม. (กว้าง x ยาว x หนา) จึงทำให้กล้องดิจิตอล Sony NEX-5 เป็นกล้องที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับช่างภาพมืออาชีพและนักเล่นกล้องมือสมัครเล่นที่สามารถพกไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบายทุกที่ ทุกเวลา ทั้งในกระเป๋ากางเกง และกระเป๋าถือ</p>
<p>ทั้งนี้ กล้อง Sony รุ่น NEX ยังพร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานแบบ intuitive ด้วยระบบการควบคุมการทำงานที่ทำให้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงวงแหวนควบคุม และซอฟท์คีย์ที่มีความไวต่อการสัมผัส พร้อมกันนี้ หน้าจอแสดงผลการควบคุมใหม่ Graphic User Interface ใหม่ ที่มาพร้อมกับ 6 ไอคอนที่ช่วยให้การถ่ายภาพแบบปรับเองทำได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ เทคนิคแนะนำการถ่ายภาพที่ติดตั้งมาในตัวกล้องยังเพิ่มความสะดวกในการเลือกใช้เทคนิคการถ่ายภาพในแต่ละโหมดการถ่ายภาพให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และสิ่งที่จะถ่ายได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ ปุ่ม Movie บนกล้องยังทำให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโหมดการถ่ายภาพให้ยุ่งยาก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/sony-alpha-nex-5-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-alpha-nex-3/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Canon EOS 550D</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/canon-eos-550d</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/canon-eos-550d#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 16 May 2012 10:57:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=297</guid>
		<description><![CDATA[Canon EOS 550D ใหม่ พัฒนาต่อเนื่องมาจากรุ่น EOS 500D ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2552 หรือราว 10 เดือนเศษที่ผ่านมา โดย EOS 500D เป็นกล้องดิจิตอล SLR ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทั่วโลก รวมทั้งในเมืองไทย เนื่องด้วยมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมาย และราคาไม่แพง ในกล้องรุ่น EOS 550D ใหม่ มีคุณสมบัติที่น่าทึ่งและน่าสนใจเพิ่มเติมเข้ามามากมาย อาทิ เซ็นเซอร์ภาพแบบ APS-C CMOS sensor ความละเอียดสูงถึง 18 ล้านพิกเซล (ขนาดเซ็นเซอร์และความละเอียดเท่ากับรุ่น EOS 7D แต่ไม่ใช่เซ็นเซอร์ตัวเดียวกัน) ใช้หน่วยประมวลผลภาพใหม่ DIGIC 4 processor มีช่วงความไวแสงกว้าง ISO 100-6400 (ขยายได้สูงสุดถึง ISO 12800) ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 3.7 เฟรม/วินาที และถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงระดับ Full [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="" src="http://www.thecameracity.com/filemanager/article/bigpic/190.jpg" class="alignnone" width="595" height="399" /></p>
<p>Canon EOS 550D ใหม่ พัฒนาต่อเนื่องมาจากรุ่น EOS 500D ที่เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2552 หรือราว 10 เดือนเศษที่ผ่านมา โดย EOS 500D เป็นกล้องดิจิตอล SLR ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทั่วโลก รวมทั้งในเมืองไทย เนื่องด้วยมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมาย และราคาไม่แพง ในกล้องรุ่น EOS 550D ใหม่ มีคุณสมบัติที่น่าทึ่งและน่าสนใจเพิ่มเติมเข้ามามากมาย อาทิ เซ็นเซอร์ภาพแบบ APS-C CMOS sensor ความละเอียดสูงถึง 18 ล้านพิกเซล (ขนาดเซ็นเซอร์และความละเอียดเท่ากับรุ่น EOS 7D แต่ไม่ใช่เซ็นเซอร์ตัวเดียวกัน) ใช้หน่วยประมวลผลภาพใหม่ DIGIC 4 processor มีช่วงความไวแสงกว้าง ISO 100-6400 (ขยายได้สูงสุดถึง ISO 12800) ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็ว 3.7 เฟรม/วินาที และถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงระดับ Full HD พร้อมระบบควบคุมวิดีโอแบบแมนนวลและเลือกเฟรมเรทได้ จอมอนิเตอร์ LCD ใหม่แบบ Clear View LCD ขนาด 3.0 นิ้ว อัตราส่วน 3:2 มีความละเอียดสูงมากถึง 1,040,000 พิกเซล!!! ระบบวัดแสงใหม่แบบ iFCL metering System แบ่งพื้นที่ 63 โซนแบบ Dual-layer Metering Sensor และฟังก์ชั่น Quick Control screen ช่วยให้เลือกฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว สามารถปรับชดเชยแสงได้ +/-5 สตอป มีช่องต่อไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงภายนอก เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้น และมีฟังก์ชั่นตัดส่วนภาพในโหมดวิดีโอ เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติต่างๆ ทั้งหมดนี้ คาดว่า EOS 550D จะได้รับความนิยมสูงมากในตลาดกล้องทั่วโลกรวมทั้งในเมืองไทย มีกำหนดวางจำหน่ายเร็วๆ นี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/canon-eos-550d/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Canon EOS 7D</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/canon-eos-7d</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/canon-eos-7d#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 10:56:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=295</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ในยุคที่กระแสของกล้อง DSLR กำลังมุ่งไปสู่กล้องขนาดฟูลเฟรม ใครหลายคนคาดกันว่า กล้องระดับกลางที่มีราคาขายระหว่าง 60,000-80,000 บาท ก็น่าจะขยับขึ้นไปเป็นฟูลเฟรมด้วยเช่นกัน เพราะเชื่อว่ากล้องขนาดฟูลเฟรมคือสิ่งที่ตอบโจทย์ในเรื่องคุณภาพ และความต้องการของช่างภาพได้&#8221; แต่ไม่จริงเสมอไปครับ ยังมีช่างภาพจำนวนมากที่ไม่ได้ต้องการกล้องฟูลเฟรม แต่ยังต้องการกล้องที่มีตัวคูณจากเซ็นเซอร์ APS-C อยู่ เพราะประโยชน์ที่ได้จากกล้อง APS-C คือการได้ช่วงเทเลโฟโต้ที่สูงขึ้น 1.5-1.6 เท่า ทำให้กำลังการดึงภาพของเลนส์สูงขึ้นโดยไม่ต้องใช้เลนส์ขนาดใหญ่ ที่มีราคาสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น การถ่ายภาพนก เลนส์เทเลโฟโต้ 300 มม. f/4 จะเปลี่ยนเป็น 480 มม. f/4 เมื่อใช้กับกล้องที่มีตัวคูณ 1.6x ซึ่งถ้าเป็นกล้องฟูลเฟรม เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสใกล้เคียงกันก็คือ 500 มม. f/4L แต่เลนส์รุ่นนี้มีขนาดใหญ่ น้ำหนัก 3.87 กก. และราคาขายเกินสองแสนบาท อีกทั้งสิ่งที่ได้จากกล้อง APS-C คือ ความชัดลึกที่สูงกว่า ดังนั้นในการถ่ายภาพนก ภาพสัตว์ป่า หรือภาพทิวทัศน์ จะได้ความชัดลึกสูงโดยไม่จำเป็นต้องเปิดรูรับแสงแคบมากๆ แต่ข้อจำกัดของกล้อง APS-C คือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="" src="http://www.fotoinfomag.com/images/stories/cover/fi55/review-7d-p10.jpg" class="alignnone" width="500" height="220" /></p>
<p>&#8220;ในยุคที่กระแสของกล้อง DSLR กำลังมุ่งไปสู่กล้องขนาดฟูลเฟรม ใครหลายคนคาดกันว่า กล้องระดับกลางที่มีราคาขายระหว่าง 60,000-80,000 บาท</p>
<p>ก็น่าจะขยับขึ้นไปเป็นฟูลเฟรมด้วยเช่นกัน เพราะเชื่อว่ากล้องขนาดฟูลเฟรมคือสิ่งที่ตอบโจทย์ในเรื่องคุณภาพ และความต้องการของช่างภาพได้&#8221;</p>
<p>    แต่ไม่จริงเสมอไปครับ  ยังมีช่างภาพจำนวนมากที่ไม่ได้ต้องการกล้องฟูลเฟรม แต่ยังต้องการกล้องที่มีตัวคูณจากเซ็นเซอร์ APS-C อยู่ เพราะประโยชน์ที่ได้จากกล้อง APS-C คือการได้ช่วงเทเลโฟโต้ที่สูงขึ้น 1.5-1.6 เท่า ทำให้กำลังการดึงภาพของเลนส์สูงขึ้นโดยไม่ต้องใช้เลนส์ขนาดใหญ่ ที่มีราคาสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น การถ่ายภาพนก เลนส์เทเลโฟโต้ 300 มม. f/4 จะเปลี่ยนเป็น 480 มม. f/4 เมื่อใช้กับกล้องที่มีตัวคูณ 1.6x ซึ่งถ้าเป็นกล้องฟูลเฟรม เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสใกล้เคียงกันก็คือ 500 มม. f/4L แต่เลนส์รุ่นนี้มีขนาดใหญ่ น้ำหนัก 3.87 กก. และราคาขายเกินสองแสนบาท<br />
    อีกทั้งสิ่งที่ได้จากกล้อง APS-C คือ ความชัดลึกที่สูงกว่า ดังนั้นในการถ่ายภาพนก ภาพสัตว์ป่า หรือภาพทิวทัศน์ จะได้ความชัดลึกสูงโดยไม่จำเป็นต้องเปิดรูรับแสงแคบมากๆ<br />
    แต่ข้อจำกัดของกล้อง APS-C คือ ยังไม่มีกล้องที่ออกแบบให้รองรับการใช้งานของมืออาชีพ ทั้งในเรื่องความเร็วของระบบออโต้โฟกัส ความละเอียดและความแข็งแรงของโครงสร้างให้สมบูรณ์ในตัวเดียว<br />
    EOS 7D คือกล้องที่แคนนอนออกแบบมาเพื่อให้เป็นที่สุดของกล้อง APS-C เพื่อให้รองรับการใช้งานของมืออาชีพ ที่ต้องการทั้งความละเอียดสูง ต้องการทั้งกล้องที่แข็งแกร่ง โครงสร้างดี และต้องการกล้องที่เร็วทั้งการถ่ายภาพต่อเนื่องและเร็วทั้งการโฟกัส<br />
    รหัสเลขตัวเดียวของ EOS 7D อาจทำให้หลายท่านสงสัยว่า ทำมแคนนอนจึงใช้รหัสนี้กับกล้อง APS-C คำตอบก็คือ นี่คือกล้องที่ถูกวางตัวให้อยู่ในระดับ Advance Amateur เช่นเดียวกับ EOS 5D Mark II จึงใช้รหัสเลขตัวเดียวเหมือนกัน เพียงแต่ EOS 7D เน้นในเรื่องความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง และการทำงานของระบบออโต้โฟกัส ในขณะที่ EOS 5D Mark II จะเน้นเรื่องความละเอียด</p>
<p>จุดเด่นของ Canon EOS7D</p>
<p>ความละเอียดสูง 18.0 ล้านพิกเซล<br />
    EOS 7D ออกแบบสำหรับมืออาชีพและช่างภาพระดับจริงจัง ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ใหม่ที่พัฒนาให้มีความละเอียดสูงถึง 18.0 ล้านพิกเซล ออกแบบโฟโต้ไดโอดและไมโครเลนส์ใหม่โดยลดช่องว่างระหว่างพิกเซลจนเหลือน้อยมาก และใช้ไมโครเลนส์ใหม่ที่สามารถลดความห่างระหว่างไมโครเลนส์กับโฟโต้ไดโอด ส่งผลให้มีการเสียแสงน้อยกว่าเดิม ประสิทธิภาพในการรับแสงของโฟโต้ไดโอดจึงสูงขึ้น แม้ขนาดพิกเซลเล็กลง และด้วยความละเอียดที่สูงถึง 18 ล้านพิกเซล EOS 7D จะให้รายละเอียดของภาพสูงเพียงพอสำหรับการนำภาพไปขยายเป็นภาพขนาดใหญ่ หรือการตัดส่วนภาพแล้วนำไปขยาย คุณจะยังได้คุณภาพของภาพสูงอยู่  และแคนนอนยังใช้เทคโนโลยีติดระบบลดสัญญาณรบกวนบนชิปโดยตรง ทำให้สามารถลดสัญญาณรบกวนได้ตั้งแต่ต้นทาง<br />
    ด้วยเหตุนี้ทำให้ EOS7D มีสัญญาณรบกวนต่ำกว่าเดิมแม้จะมีความละเอียดสูงขึ้น โดยสามารถตั้งความไวแสงได้สูงถึง ISO12800 </p>
<p>ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 8 ภาพ/วินาที<br />
    EOS 7D ใช้ชิปประมวลผลภาพ Dual DIGIC 4 ซึ่งเป็นชิปคู่ที่ใช้กับกล้องระดับโปร ทำให้การประมวลผลรวดเร็ว และใช้การถ่ายโอนข้อมูลจากเซ็นเซอร์ CMOS แบบหลายแชนเนล สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วถึง 8 ภาพ/วินาที โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่กริปหรืออุปกรณ์เสริมใดๆ  ส่งผลให้ EOS 7D มีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงระดับกล้องโปร แต่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา</p>
<p>ช่องมองภาพ 100%<br />
    ทุกสิ่งที่คุณเห็นจากช่องมองคือภาพที่ได้ 100%<br />
    EOS 7D ออกแบบช่องมองภาพให้มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับกล้องระดับโปร โดยใช้ปริซึมห้าด้านขนาดใหญ่ที่ผลิตจากแก้ว  ทำให้ช่องมองภาพของ EOS 7D ให้ภาพสว่างคมชัด เห็นภาพ 100%  ทุกสิ่งที่คุณเห็นจากในช่องมองคือภาพที่คุณได้  ไม่มีสิ่งอื่นที่อยู่นอกเหนือการมองเห็นของภาพจากช่องมองติดเข้ามาในเฟรม เมื่อบันทึกภาพออกมา  อัตราขยาย 1.0x ของช่องมองภาพทำให้ขนาดภาพในช่องมองใหญ่ มองภาพได้สบายตาชัดเจน และมีมุมมองกว้างถึง 29.4 องศา แสดงภาพได้เที่ยงตรง</p>
<p>Intelligent information display<br />
    EOS 7D ออกแบบให้สามารถแสดงข้อมูลบนจอรับภาพด้วยชั้น LCD โปร่งแสง มีระบบฉายแสง LED ไปยังข้อมูลบนจอเพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนเมื่อใช้ในสภาพแสงน้อยหรือกับฉากที่มีโทนสีเข้ม สามารถแสดงจุดโฟกัสที่ใช้งาน  สามารถแสดงเส้นตาราง และแสดงพื้นที่การวัดแสงของระบบเฉพาะจุดได้</p>
<p>โฟกัสเร็ว และแม่นยำ<br />
    EOS 7D ออกแบบให้เป็นที่สุดในเรื่องความเร็วและความแม่นยำของระบบออโต้โฟกัสในกล้อง APS-C ด้วยการใช้เซ็นเซอร์แบบ Cross Type ทั้งหมด 19 จุด กรอบโฟกัสจุดกลางออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงสุด </p>
<p>ระบบถ่ายวีดีโอระดับ FULL HD<br />
    EOS 7D ให้คุณภาพของภาพวีดีโอสูงมากในระดับ FULL HD (1980&#215;1080 พิกเซล) และ HD (1280&#215;720 พิกเซล) ให้รายละเอียดสูง และคุณภาพสูงในระดับมืออาชีพ สามารถควบคุมการบันทึกได้ทั้ง แบบอัตโนมัติ และแมนนวล EOS 7D ให้คุณภาพของวีดีโอในระดับ FULL HD และ HD<br />
    EOS 7D ให้ความสำคัญกับระบบเสียง โดยบันทึกเสียงในระบบ Linear PCM เก็บทุกรายละเอียดเสียงได้ชัดเจนด้วยระบบเสียงสเตอริโอ ด้วยการใช้ไมโครโฟนภายนอกต่อสายเข้ากับช่อง external microphone in    </p>
<p>โครงสร้างแข็งแกร่ง ใช้ได้ทุกสภาวะอากาศ<br />
    EOS 7D ออกแบบให้สามารถใช้ได้ทุกสภาวะอากาศด้วยการซีลกันละอองน้ำทั้งบอดี้ โครงสร้างแข็งแกร่งโดยใช้แมกนีเซี่ยมอัลลอย ชัตเตอร์ใช้งานได้ 150,000 ครั้ง</p>
<p>ระบบการทำงานสมบูรณ์แบบ<br />
    EOS 7D มีฟังก์ชั่นสำหรับการใช้งานระดับจริงจังเพียบพร้อม</p>
<p>ผลการใช้งาน</p>
<p>    ด้วยการใช้รหัสเลขตัวเดียวกับกล้องฟอร์แมต APS-C ซึ่งแคนนอนไม่เคยทำมาก่อน ทำให้หลายคนสงสัยในเรื่องระดับชั้นของกล้อง สงสัยในเรื่องคุณภาพของไฟล์ และก็เลยไปถึงการนำไปเทียบกับ EOS 5D Mark II<br />
    EOS 7D คงนำไปเทียบกับ EOS 5D Mark II ไม่ได้ เพราะจุดประสงค์ในการผลิต และรูปแบบการใช้งานค่อนข้างจะต่างกันชัดเจน กลุ่มเป้าหมายของ EOS<br />
5D Mark II นั้นชัดเจนอยู่แล้วคือ ต้องการความละเอียดสูง ต้องการฟูลเฟรม ต้องการสัญญาณรบกวนต่ำ และไม่จำเป็นต้องเร็ว<br />
    แต่ EOS 7D เน้นความเร็วในการเลื่อนภาพ ความเร็วในการโฟกัสมาก่อน  ตามมาด้วยความละเอียด ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นช่างภาพอาชีพ  หรือระดับจริงจังที่ต้องการกล้องขนาดเล็กที่มีความเร็วสูง และต้องการฟอร์แมต APS-C เพื่อใช้ประโยชน์จากตัวคูณ 1.6x<br />
    ต้องบอกว่า นี่คือกล้องที่โดดเด่นของแคนนอนในปีนี้ หลังจากที่ EOS 5D Mark II ได้สร้างปรากฏการณ์ ในปลายปีที่ผ่านมา  EOS 7D คือกล้อง APS-C ที่มีความละเอียดสูงที่สุด ความเร็วสูงที่สุด (เฉพาะตัวกล้อง ไม่ติดแบตเตอรี่กริป) เล็กกะทัดรัด และมีระบบโฟกัสชั้นยอด<br />
    ในส่วนของการควบคุมและจับถือนั้น ต้องบอกว่าทำได้ดี แม้ว่าดูเผินๆ จะคล้ายกับ EOS 50D อยู่ไม่น้อย แต่เลย์เอาท์การจัดวางปุ่มแตกต่างกันอย่างมาก<br />
EOS 7D ย้ายปุ่มกดต่างๆ ที่อยู่ด้านล่างจอ LCD มาอยู่ด้านข้างซ้ายของจอ LCD ทั้งหมด เรียงตำแหน่งปุ่มใหม่ ซึ่งต้องบอกว่าดีกว่า EOS 50D อย่างแน่นอน เพราะปุ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น กดได้สะดวกขึ้น ปุ่มที่ต้องใช้บ่อยมากๆ อย่างเช่น ปุ่มลบภาพ ก็วางไว้ล่างสุด จึงใช้งานได้สะดวกกว่าเดิมมาก ปุ่ม PLAY แม้จะไม่ได้อยู่มุม แต่ก็กดได้สะดวก<br />
    การเข้าระบบจากหน้าจอทำให้การปรับเปลี่ยนระบบสำคัญทำได้รวดเร็ว สามารถเข้าระบบต่างๆ ได้โดยไม่ต้องกดปุ่มต่างๆ บนตัวกล้อง หรือไม่ต้องเข้าเมนู โดยใช้แป้นควบคุมด้านหน้าเพื่อปรับเปลี่ยนหรือใช้ปุ่ม SET เพื่อเข้าไปแสดงรายละเอียดของระบบนั้นๆ และปรับตั้งได้โดยแป้นควบคุม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/canon-eos-7d/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การดูแลทำความสะอาดกล้องถ่ายภาพ</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 10:55:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=293</guid>
		<description><![CDATA[ในการใช้งานกล้องถ่ายภาพแต่ละครั้ง สิ่งที่กล้องถ่ายภาพต้องเจอคือ ฝุ่น คราบละอองน้ำ การขีดช่วนหรือรอยนิ้วมือ ที่จะให้กล้องถ่ายภาพตัวโปรดของคุณดูเหมือนกล้องที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน เหมือนกลับมาจากการถ่ายภาพสิ่งที่ควรทำก่อนที่จะเก็บกล้องของคุณเข้าตู้ คือการทำความสะอาดตัวกล้องตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้กล้องของคุณดูสะอาด มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว ตราบที่คุณยังต้องการให้เป็นกล้องคู่ใจของคุณ แต่โดยปกติตัวกล้องถ่ายภาพเองจะมีส่วนประกอบที่ละเอียดอ่อน และต้องการการดูแลที่แตกต่างกันตามวัสดุที่ผลิต และการทำงาน การทำความสะอาดที่ผิดวิธีจึงอาจเป็นการทำร้ายกล้องถ่ายภาพตัวโปรดของคุณเอง เช่น พื้นผิวของตัวกล้องที่เป็นพลาสติก หรือยางไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เช็คทำความสะอาด หรือบริเวณหน้าที่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลองมาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้กล้องถ่ายภาพของคุณดูใหม่ตลอดเวลา สติกเกอร์ป้องกันพื้นผิวของตัวกล้อง โดยทั่วไปกล้องหลาย ๆ รุ่น เมื่อซื้อมาตัวกล้องมักจะมีสติกเกอร์ต่าง ๆ ติดมาที่ตัวกล้อง ไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์สำหรับโฆษณาฟังก์ชั่นต่าง ๆ หรือสติกเกอร์สำหรับการตรวจสอบคุณภาพของตัวกล้องก่อนออกจากโรงงาน ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะปล่อยทิ้งไว้บนตัวกล้อง เพื่อความสวยงาน หรือเข้าใจว่าเป็นการป้องกันพื้นผิวของตัวกล้อง แต่ความเป็นจริงสติกเกอร์เหล่านั้นมักจะป้องกันพื้นผิวของตัวกล้องได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากการใช้งาน หรือความชื้นของการจับถือ และเนื่องจากการติดสติกเกอร์เหล่านี้จะไม่ได้ทำทั้งตัวกล้อง ทำให้เมื่อสติกเกอร์เหล่านี้หลุดลอกออกมา กล้องของคุณจะกลายสภาพสีเป็นกล้องทูโทนในทันที ทางเลือกที่ดีคือควรแกะสติกเกอร์เหล่านั้นออกเหมือนคุณได้กล้องถ่ายภาพมา หากต้องการถนอมพื้นผิวของตัวกล้อง คุณสามารถซื้อสติกเกอร์ใสที่สามารถลอกออกได้โดยไม่ทิ้งคราบ มาตัดและติดให้ทั่วทั้งตัวกล้องของคุณ โดยเว้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหว หรือปุ่มต่าง ๆ จุดที่ควรจะติดสติกเกอร์ใสเพื่อป้องกันอีกจุดหนึ่งคือบริเวณที่พิมพ์หมายเลขระบุตัวกล้อง เนื่องจากกล้องหลายรุ่นจะใช้วิธีการพิมพ์ตัวเลขลงบนแผ่นสติกเกอร์ พรือตัวกล้อง แทนที่จะใช้วิธีการตอก หรือยิงเลเซอร์ที่ให้ความคงทนมากกว่า เมื่อใช้กล้องถ่ายภาพไปนาน ๆ ตัวเลขเหล่านี้อาจจะลอกสูญหายไปได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="" src="http://www.thecameracity.com/filemanager/article/bigpic/184.jpg" class="alignnone" width="393" height="300" /></p>
<p>ในการใช้งานกล้องถ่ายภาพแต่ละครั้ง สิ่งที่กล้องถ่ายภาพต้องเจอคือ ฝุ่น คราบละอองน้ำ การขีดช่วนหรือรอยนิ้วมือ ที่จะให้กล้องถ่ายภาพตัวโปรดของคุณดูเหมือนกล้องที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน เหมือนกลับมาจากการถ่ายภาพสิ่งที่ควรทำก่อนที่จะเก็บกล้องของคุณเข้าตู้ คือการทำความสะอาดตัวกล้องตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้กล้องของคุณดูสะอาด มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว ตราบที่คุณยังต้องการให้เป็นกล้องคู่ใจของคุณ แต่โดยปกติตัวกล้องถ่ายภาพเองจะมีส่วนประกอบที่ละเอียดอ่อน และต้องการการดูแลที่แตกต่างกันตามวัสดุที่ผลิต และการทำงาน การทำความสะอาดที่ผิดวิธีจึงอาจเป็นการทำร้ายกล้องถ่ายภาพตัวโปรดของคุณเอง เช่น พื้นผิวของตัวกล้องที่เป็นพลาสติก หรือยางไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เช็คทำความสะอาด หรือบริเวณหน้าที่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ ลองมาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้างที่จะทำให้กล้องถ่ายภาพของคุณดูใหม่ตลอดเวลา</p>
<p>สติกเกอร์ป้องกันพื้นผิวของตัวกล้อง<br />
โดยทั่วไปกล้องหลาย ๆ รุ่น เมื่อซื้อมาตัวกล้องมักจะมีสติกเกอร์ต่าง ๆ ติดมาที่ตัวกล้อง ไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์สำหรับโฆษณาฟังก์ชั่นต่าง ๆ หรือสติกเกอร์สำหรับการตรวจสอบคุณภาพของตัวกล้องก่อนออกจากโรงงาน ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่มักจะปล่อยทิ้งไว้บนตัวกล้อง เพื่อความสวยงาน หรือเข้าใจว่าเป็นการป้องกันพื้นผิวของตัวกล้อง แต่ความเป็นจริงสติกเกอร์เหล่านั้นมักจะป้องกันพื้นผิวของตัวกล้องได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากการใช้งาน หรือความชื้นของการจับถือ และเนื่องจากการติดสติกเกอร์เหล่านี้จะไม่ได้ทำทั้งตัวกล้อง ทำให้เมื่อสติกเกอร์เหล่านี้หลุดลอกออกมา กล้องของคุณจะกลายสภาพสีเป็นกล้องทูโทนในทันที ทางเลือกที่ดีคือควรแกะสติกเกอร์เหล่านั้นออกเหมือนคุณได้กล้องถ่ายภาพมา หากต้องการถนอมพื้นผิวของตัวกล้อง คุณสามารถซื้อสติกเกอร์ใสที่สามารถลอกออกได้โดยไม่ทิ้งคราบ มาตัดและติดให้ทั่วทั้งตัวกล้องของคุณ โดยเว้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหว หรือปุ่มต่าง ๆ จุดที่ควรจะติดสติกเกอร์ใสเพื่อป้องกันอีกจุดหนึ่งคือบริเวณที่พิมพ์หมายเลขระบุตัวกล้อง เนื่องจากกล้องหลายรุ่นจะใช้วิธีการพิมพ์ตัวเลขลงบนแผ่นสติกเกอร์ พรือตัวกล้อง แทนที่จะใช้วิธีการตอก หรือยิงเลเซอร์ที่ให้ความคงทนมากกว่า เมื่อใช้กล้องถ่ายภาพไปนาน ๆ ตัวเลขเหล่านี้อาจจะลอกสูญหายไปได้ ซึ่งจะทำให้การนำกล้องถ่ายภาพของคุณเข้าศูนย์มีความยุ่งยากขึ้นมาได้ เนื่องจากไม่สามารถยืนยันตัวกล้องว่าตรงกับใบรับประกัน</p>
<p>ทำความสะอาดตัวกล้อง และพื้นผิว<br />
การทำความสะอาดพื้นผิว และตัวกล้องสามารถทำได้โดยการใช้แปรงทำความสะอาดปัดไปตามซอกมุมต่าง ๆ ของตัวกล้อง ใช้ลูกยางเป่าลมเป่าไล่ตามจุดต่าง ๆ จากนั้นใช้ผ้านุ่น ๆ ซึ่งอาจเป็นผ้า Cotton หรือผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดทำความสะอาดด้วยการขัดถูเบา ๆ หากมีคราบมัน หรือคราบรอยเปื้อนบนตัวกล้อง สามารถใช้น้ำยาเช็ดกระจกผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 40% ต่อน้ำสะอาด 60% เช็ดเบา ๆ เพื่อเช็ดคราบต่าง ๆ รวมถึงรอยคราบกาว หรือสติกเกอร์ที่ติดอยู่ หากใช้สเปรย์กระป๋องอัดอากาศในการเป่าทำความสะอาด ไม่ควรจ่อปลายท่อใกล้กับตัวกล้องเกินไป รักษาระยะหากจากปลายท่อถึงตัวกล้องประมาณ 4-5 นิ้ว ไม่ควรเป่าไปที่ชิ้นส่วนที่เป็นกระจกหรือเลนส์ในระยะใกล้ เนื่องจากแรงลมอาจทำให้ชิ้นส่วนที่ละเอียดอ่อนเสียหายรวมถึงอากาศที่ออกมาจากกระป๋องจะมีความเย็นเนื่องจากแรงดัน อาจทำให้เกิดฝ้า และความชื้นเข้าไปในตัวกล้อง</p>
<p>การทำความสะอาดเลนส์<br />
ตัวเลนส์ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้กล้องถ่ายภาพทุกคนระมัดระวังมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ในตลาดจึงมีสารพัดอุปกรณ์ตั้งแต่เป็นของแถม ชุดทำความสะอาดราคาไม่กี่บาท จนถึงอุปกรณ์ทำความสะอาด หรือน้ำยาราคาแพงสำหรับทำความสะอาดหน้าเลนส์<br />
อุปกรณ์ทำความสะอาดหน้าเลนส์อย่างแรกที่หลาย ๆ คนนึกถึงคือ ผ้าหรือกระดาษเช็ดเลนส์ และมักมีคำถามว่าใช้อะไรดีกว่ากันในการทำความสะอาด ผ้าเช็ดเลนส์จะมีข้อดีที่อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และสามารถทำความสะอาดคราบมัน หรือคราบรอยนิ้วมือได้ดีกว่า ในขณะที่กระดาษจะไม่มีการเก็บสะสมฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเหมือนผ้าเนื่องจากเป็นการใช้แล้วทิ้ง แต่ควรระวังเรื่องคุณภาพของกระดาษเช็ดเลนส์ เพราะเส้นใยของกระดาษเองสามารถที่จะกัดกร่อนสารเคลือบผิวเลนส์ หรือตัวเลนส์ได้เหมือนกัน ก่อนการเช็ดทำความสะอาดหน้าเลนส์ควรใช้ลูกยางเป่าลม หรือแปรงสำหรับทำความสะอาดเลนส์ เป่าหรือปัดที่หน้าเลนส์ให้ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกชิ้นใหญ่ ๆ หลุดออกไปก่อนที่จะทำการเช็ดเลนส์ เพื่อป้องกันฝุ่นเหล่านี้ไปขูดที่หน้าเลนส์ขณะเช็ดทำความสะอาด<br />
น้ำยาเช็ดเลนส์เป็นสิ่งที่มักนิยมใช้ควบคู่กับการเช็ดทำความสะอาดเลนส์ ตัวน้ำยาทำความสะอาดที่วางจำหน่ายก็มีหลากหลายยี่ห้อ และราคา การเลือกซื้อน้ำยาควรพิจารณาส่วนผสม และคุณสมบัติของน้ำยามากกว่าราคา น้ำยาที่มีคุณภาพต่ำมักจะทิ้งคราบบนตัวเลนส์ หรือมักจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจลองตรวจสอบได้จากการดมกลิ่น ปริมาณแอลกอฮอล์ในสัดส่วนที่ไม่มากไปนักจะช่วยให้น้ำยาระเหยเร็วขึ้น ลดการทิ้งคราบน้ำยาบนชิ้นเลนส์ แต่ปริมาณแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปก็อาจจะกัดกร่อนทำอันตรายกับสารเคลือบผิวเลนส์ หรือชิ้นเลนส์ได้</p>
<p>การทำความสะอาดหน้าเลนส์ของกล้องคอมแพคอาจทำได้ลำบากกว่าหน้าเลนส์ของกล้อง SLR เนื่องจากขนาดของเลนส์ที่เล็กกว่า ตัวเลนส์สามารถยืดหดได้ และมีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างจะเปราะบาง รวมถึงในหลาย ๆ รุ่นจะมีแผ่นปิดหน้าเลนส์เลื่อนมาปิดขณะปิดหน้ากล้อง ซึ่งเป็นข้อดีในการป้องกันหน้าเลนส์ แต่ก็เป็นอุปสรรคในการทำความสะอาดหน้าเลนส์เช่นกัน เนื่องจากต้องเปิดให้ตัวกล้องทำงานขณะทำความสะอาดชิ้นเลนส์ ในขณะที่กล้องทำงานชิ้นเลนส์ต่าง ๆ ภายในเลนส์จะจัดในตำแหน่งที่ได้ออกแบบไว้โดยมีชุดเกียร์เล็ก ๆ ภายในเป็นตัวขับชิ้นเลนส์ให้เข้าระยะโฟกัส หรือซูมเข้าออก การทำความสะอาดหน้าเลนส์ขณะที่กล้องกำลังทำงานจึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่ทำให้ชิ้นเลนส์ หรือเกียร์เหล่านี้ผิดตำแหน่งไปจากเดิม การลงน้ำหนักในการเช็ดควรทำอย่างเบามือและระมัดระวัง เทคนิคหนึ่งสำหรับกล้องที่จำเป็นต้องเปิดกล้องขณะทำความสะอาดคือ เมื่อเลนส์ยืดออกมาในตำแหน่งพร้อมทำงาน ให้นำแบตเตอรี่ของตัวกล้องออกโดยยังไม่ต้องปิดกล้อง ซึ่งจะทำให้เลนส์ค้างอยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีแผ่นกันหน้าเลนส์มาปิด เนื่องจากการทำความสะอาดในบางครั้งอาจใช้เวลาพอสมควร ซึ่งตัวกล้องอาจปิดตัวเองโดยอัตโนมัติและดึงเลนส์กลับเข้าไปในตัวกล้อง<br />
สิ่งที่ควรระลึกไว้เสมอขณะทำการเช็ดหน้าเลนส์คือ ชิ้นเลนส์เป็นชิ้นส่วนที่เปราะบ้างมาก ๆ และสามารถแตก หรือเป็นรอยได้ โดยเฉพาะกับเลนส์กล้องดิจิตอลคอมแพค อย่าเช็ดหรือขัดหน้าเลนส์แรงเกินไป และการกดน้ำหนักที่ส่วนหนึ่งส่วนใด เช่น ด้านข้างของเลนส์ อาจทำความเสียหายกับเลนส์ได้ การเช็คเลนส์ควรทำจากตรงกลางชิ้นเลนส์ วนออกไปเป็นลายก้นหอย ควรเช็ดไปในทิศทางเดียวกัน และเปลี่ยนส่วนที่ใช้เช็ดของผ้าเช็ดเลนส์ หรือเปลี่ยนกระดาษเช็ดเลนส์ใหม่บ่อย ๆ ในส่วนที่ไม่สามารถเช็ดได้ด้วยมือสามารถใช้คอทตอนบัทคุณภาพดี ๆ เช็ดแทนได้ โดยใช้ด้านข้างทำมุมในการเช็ด และหลีกเลี่ยงการเช็ดด้วยปลายด้ามซึ่งอาจทำอันตรายต่อชิ้นเลนส์ หลังจากเช็ดทำความสะอาดแล้วควรใช้ลูกยางเป่าลมเป่าอีกครั้ง เพื่อให้ฝุ่นต่าง ๆ ที่หลงเหลืออยู่หลุดออกไปจากชิ้นเลนส์</p>
<p>ทำความสะอาดช่องมองภาพ<br />
ช่องมองภาพเป็นส่วนที่ใกล้ตามากที่สุดเมือทำการถ่ายภาพ ฝุ่นชิ้นเล็ก ๆ หรือคราบที่อยู่บนกระจกของช่องมองภาพจึงอาจทำให้รู้สึกรำคาญ ระคายเคือง ทำให้คุณภาพในการมองภาพลดลง หรือเกิดภาพเบลอ การทำความสะอาดช่องมองภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กับการทำความสะอาดหน้าเลนส์ กล้องหลาย ๆ รุ่นอาจยากที่จะทำความสะอาดช่องมองภาพ โดยเฉพาะกล้องดิจิตอลแบบคอมแพคเนื่องจากขนาดของช่องมองภาพที่ค่อนข้างเล็ก อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การทำความสะอาดช่องมองภาพมีความยากลำบากคือ โดยปกติกระจกช่องมองภาพจะอยู่ลึกลงไปในตัวกล้อง หรือมีขอบยางรองช่องมองภาพขั้นอยู่  หากเป็นกล้องที่นสามารถถอดยางรองช่องมองภาพออกได้ การถอดยางรองนี้ออกก็ทำความสะอาดช่องมองภาพก็จะช่วยให้ขั้นตอนการทำความสะอาดง่ายขึ้นมาพอสมควร<br />
การทำความสะอาดกระจกช่องมองภาพสามารถทำได้โดยการใช้น้ำยาสำหรับเช็ดทำความสะอาดเลนส์ หรือใช้น้ำยาเช็ดกระจกผสมน้ำในอัตราส่วน 50:50 ก็ได้ ในการเช็ดควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เช่นเดียวกับการเช็ดหน้าเลนส์ เนื่องจากกระจกช่องมองภาพเป็นส่วนที่มีความละเอียดอ่อนไม่แพ้ชิ้นเลนส์เลย การทำให้กระจกช่องมองภาพเป็นรอยเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ทำการมองผ่านช่องมองภาพเพื่อถ่ายภาพ ในการเช็ดไม่ควรใช้น้ำยาที่มากเกินไป เนื่องจากขนาดพื้นที่ ที่ไม่ใหญ่มากของช่องมองภาพ การใช้น้ำยาเช็ดมากเกินไปอาจทำให้น้ำยาส่วนเกินไหลซึมเข้าไปในตัวกล้อง หลังจากเช็ดทำความสะอาดเรียบร้อยควรใช้ผ้าเช็ดเลนส์ หรือคอทตอนบัทเช็ดให้แห้งทันที และเป่าด้วยลูกยางเป่าลม</p>
<p>ยางรองช่องมองภาพ และชิ้นส่วนที่เป็นยาง<br />
กล้องถ่ายภาพส่วนมากจะมีชิ้นส่วนที่เป็นยางอยู่หลายชิ้น เช่น บริเวณกริปของตัวกล้อง ยางรองช่องมองภาพ การทำความสะอาดชิ้นส่วนเหล่านี้สามารถทได้โดยใช้คอทตอนบัทชุบทินเนอร์ แล้วบีบให้แห้งหมาด ๆ จากนั้นเช็ดบนชิ้นส่วนที่เป็นยางเบา ๆ  ให้ทั่ว ควรระวังอย่าใช้ทินเนอร์มากเกินไป  และการเปื้อนไปโดนชิ้นส่วนอื่นข้างเคียง ซึ่งจะให้ลายที่พิมพ์บนตัวกล้อง หรือพื้นผิวเสียหายจากแอลกอฮอล์ จากนั้นเป่าให้แห้งด้วยลูกยางเป่าลม</p>
<p>LCD screen และหน้าจอแสดงภาพ<br />
ชิ้นส่วนเดียวของกล้องถ่ายภาพดิจิตอลที่ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในกล้องรุ่นใหม่ ในขณะที่ชิ้นส่วนอื่น ๆ พยามทำให้มีขนาดเล็กลงคือ หน้าจอแสดงภาพ ยิ่งหน้าจอมีขนาดใหญ่มากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งต้องการ การดูแลทำความสะอาด และการระมัดระวังที่มากขึ้น โดยเฉพาะกับกล้อง D-SLR เนื่องจากเวลาถ่ายภาพจำเป็นตัวเอาตัวกล้องมาแนบกับหน้า เพื่อที่จะมองผ่านช่องมองภาพ ทำให้ตัวกล้องจะสัมผัสกับความมันบนใบหน้า หรือเหงื่อ ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหน้าจอคงเป็นการใช้สติกเกอร์ใสชนิดพิเศษ หรือที่เรียกว่า Screen Protector ปิดทั้งหน้าจอเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน และง่ายต่อการทำความสะอาด หากหน้าจอแสดงผลติดสติกเกอร์ป้องกันไว้ การทำความสะอาดก็เพียงแต่ใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบมันออก แต่หากหน้าจอแสดงผลไม่ได้มีสติกเกอร์ป้องกัน การทำความสะอาดจะแตกต่างไปตามลักษณะของหน้าจอ โดยทั่วไปหน้าจอแสดงผลของกล้องดิจิตอลจะมาในสองรูปแบบ คือ หน้าจอแสดงผลที่มีกระจก หรือพลาสติกใสปิดไว้ด้านหน้า ซึ่งทำให้ไม่สามารถสัมพัสหน้าจอโดยตรงได้ กับหน้าจอแสดงผลที่ไม่มีกระจก หรือพลาสติกใสปิดไว้เลย การเช็ดทำความสะอาดหน้าจอแสดงผลโดยตรงต้องทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากหน้าจอแสดงผลเหล่านี้สามารถแตกได้หากได้รับแรงกดที่รุนแรง การทำความสะอาดหน้าจอแสดงผลจะใช้วิธีการทำความสะอาดเดียวกับการทำความสะอาดเลนส์ ด้วยการเช็ดเพียงเบา ๆ หรืออาจใช้น้ำยาเช็ดกระจกผสมน้ำ 50:50 แล้วใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์หมาด ๆ เช็ด แล้วเช็ดตามด้วยผ้าแห้งทันที</p>
<p>ช่องใส่ Memory card<br />
ช่องใส่ Memory card เป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ฝุ่นสามารถเข้าไปอยู่ในตัวกล้อง การทำความสะอาดช่องใส่ Memory card สามารถทำได้โดยการใช้ลูกยางเป่าลม เป่าไล่ฝุ่นตามซอกต่าง ๆ หรือใช้สเปรย์อัดอากาศเป่า แต่การใช้สเปรย์ทำความสะอาด สิ่งที่ต้องระวังคือ ไม่ควรสอดปลายท่อเข้าไปในช่องใส่ Memory card และอย่าเป่าใกล้เกินไปนัก เนื่องจากความเย็นของอากาศจากสเปรย์จะทำให้เกิดความชื้นในตัวกล้องถ่ายภาพ จากนั้นใช้แปรงปัดตามซอกอีกครั้ง</p>
<p>ช่องใส่แบตเตอรี่<br />
ช่องใส่แบตเตอรี่จะมีคอนเทค หรือขั้วสำหรับต่อกับแบตเตอรี่ ซึ่งเมื่อใช้งานไปนาน ๆ จะมีคราบขาว ๆ มาเกาะ ทำให้ความสามารถในการนำไฟจากแบตเตอรี่ไปจ่ายให้กับตัวกล้องลดลง การทำความสะอาดขั้วเหล่านี้สามารถทำได้โดยการใช้ยางลบปลายดินสอถูเบา ๆ ที่หน้าสัมผัสของขั้วในตัวกล้อง และหน้าสัมผัสที่ขั้วของแบตเตอรี่ จากนั้นเป่าด้วยลูกยางเป่าลม และใช้แปรงปัดตามซอกต่าง ๆ เพื่อไล่ฝุ่น และเศษของยางลบที่อาจตกค้างอยู่</p>
<p>การทำความสะอาด CCD<br />
ปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยของกล้อง D-SLR คือ การที่มีฝุ่นตกลงไปอยู่บนตัว CCD หรือเซ็นเซอร์รับภาพ ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาจะมีจุดสีดำอยู่บนภาพ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายภาพพื้นที่ ๆ มีความสว่าง เช่น ท้องฟ้า หรือวัตถุสีอ่อน ถึงแม้ผู้ผลิตกล้องจะพยามใส่ระบบป้องกันฝุ่นเข้ามาในกล้องรุ่นใหม่ ๆ แต่ปัญหานี้ก็ดูเหมือนจะยังไม่ยอมหมดไป หากเป็นกล้อง D-SLR ที่มีระบบกำจัดฝุ่น การทำความสะอาดสามารถทำได้โดยการสั่งให้ระบบนี้ทำงาน แต่ถ้ากล้องถ่ายภาพของคุณไม่มีระบบนี้ หรือยังมีฝุ่นตกค้างอยู่ กล้อง D-SLR เกือบทุกตัวจะมีคำสั่งสำหรับยกกระจกสะท้อนภาพในตัวกล้องค้างไว้ เพื่อที่จะเป่าทำความสะอาด การเป่าโดยใช้ลูกยางเป่าลมควรทำอย่างระมัดระวัง และรักษาระยะหากพอสมควร เพื่อหลีกเลี่ยงปลายลูกยางเป่าลมไปขีดข่วนบนตัว CCD ควรเป่าในที่ ๆ มีฝุ่นน้อย เช่นในห้อง หรือในสถานที่ปิด หลีกเลี่ยงการสัมผัสถูกตัว CCD หรือเซ็นเซอร์รับภาพในทุกกรณี และหากยังมีฝุ่นตกค้างอยู่ ทางเลือกที่ดีที่สุดคือนำกล้องถ่ายภาพของคุณไปให้ศูนย์บริการทำความสะอาดให้</p>
<p>การทำความสะอาดกล้องถ่ายภาพดูเหมือนเป็นเรื่องที่เสียเวลาไม่น้อย แต่สำหรับหลาย ๆ คนการทำความสะอาดอุปกรณ์ถ่ายภาพก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งหลังจากที่ได้ใช้มันร่วมไปในการเดินทางท่องเที่ยว และเก็บภาพประทับใจของคุณ หากไม่แน่ใจในการทำความสะอาดชิ้นส่วนต่าง ๆ ของตัวกล้อง ทางเลือกที่ดีอีกอย่างคือการนำกล้องถ่ายภาพไปให้ศูนย์บริการ หรือร้านที่รับทำความสะอาดกล้องถ่ายภาพ ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายบ้าง แต่ผลที่ได้รับคุ้มค่า และมันใจได้ว่าอุปกรณ์ถ่ายภาพจะได้รับการดูแลทำความสะอาดอย่างดี ข้อสำคัญของการทำความสะอาดอุปกรณ์ถ่ายภาพคือ ทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง และใจเย็น เพราะสิ่งที่คุณทำจะมีผลโดยตรงกับกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณ ครั้งต่อไปหลังจากไปเที่ยว ก่อนเก็บกล้องเข้าตู้ ลองใช้เวลาซักนิดในการทำความสะอาดอุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณ แล้วคุณจะพบว่าทุกครั้งที่คุณนำกล้องออกไปถ่ายภาพ อุปกรณ์ถ่ายภาพของคุณจะใสสะอาด และทำให้คุณมีความสุขกับการถ่ายภาพประทับใจของคุณอยู่เสมอ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nikon D3000</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d3000</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d3000#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 10:54:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=291</guid>
		<description><![CDATA[ในวันนี้ NIKON ได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล SLR รุ่นใหม่ เป็นกล้องน้องเล็กคนสุดท้องในชื่อรุ่น D3000 ให้ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล ออกแบบเน้นขนาดที่เล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา และใช้งานง่าย ด้วยฟังก์ชั่นใหม่ Guide Mode หลังจากถ่ายภาพไปแล้ว สามารถปรับแต่งแก้ไขภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ด้วย Retouch Menu ให้ภาพที่มีคุณภาพดีเยี่ยมด้วยหน่วยประมวลผล EXPEED™ ฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่นจอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3 นิ้ว, ระบบ Active D-Lighting, ระบบวัดแสง 3D Color Matrix Metering II ทั้งหมดช่วยให้กล้องรุ่นเล็กนี้ สามารถถ่ายภาพได้สนุกอย่างที่คุณต้องการ Attached Images Intuitive Assistance On-the-Fly นิคอน D3000 มาพร้อมฟังก์ชั่น Guide Mode ที่ออกแบบใหม่ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างง่ายๆ แม้ว่าจะไม่เคยใช้กล้อง DSLR [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันนี้ NIKON ได้เปิดตัวกล้องดิจิตอล SLR รุ่นใหม่ เป็นกล้องน้องเล็กคนสุดท้องในชื่อรุ่น D3000 ให้ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล ออกแบบเน้นขนาดที่เล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา และใช้งานง่าย ด้วยฟังก์ชั่นใหม่ Guide Mode หลังจากถ่ายภาพไปแล้ว สามารถปรับแต่งแก้ไขภาพได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ ด้วย Retouch Menu ให้ภาพที่มีคุณภาพดีเยี่ยมด้วยหน่วยประมวลผล EXPEED™ ฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่นจอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3 นิ้ว, ระบบ Active D-Lighting, ระบบวัดแสง 3D Color Matrix Metering II ทั้งหมดช่วยให้กล้องรุ่นเล็กนี้ สามารถถ่ายภาพได้สนุกอย่างที่คุณต้องการ<br />
Attached Images</p>
<p>Intuitive Assistance On-the-Fly<br />
นิคอน D3000 มาพร้อมฟังก์ชั่น Guide Mode ที่ออกแบบใหม่ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างง่ายๆ แม้ว่าจะไม่เคยใช้กล้อง DSLR มาก่อน ก็ใช้งานได้อย่างสบาย โดยมีการแนะนำการใช้งานแบบทีละขั้นตอน หมุนเลือกใช้งานฟังก์ชั่น<br />
Guide Mode ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแป้นหมุนเลือกโหมดที่อยู่ทางด้านบนตัวกล้อง และดูผลจากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ทางด้านหลัง นอกจากนี้ในฟังก์ชั่น Guide Mode ยังช่วยให้คุณเปิดชมภาพ จัดการภาพ และลบภาพได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย<br />
Attached Thumbnails</p>
<p>Intuitive Assistance On-the-Fly<br />
นิคอน D3000 มาพร้อมฟังก์ชั่น Guide Mode ที่ออกแบบใหม่ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างง่ายๆ แม้ว่าจะไม่เคยใช้กล้อง DSLR มาก่อน ก็ใช้งานได้อย่างสบาย โดยมีการแนะนำการใช้งานแบบทีละขั้นตอน หมุนเลือกใช้งานฟังก์ชั่น<br />
Guide Mode ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยแป้นหมุนเลือกโหมดที่อยู่ทางด้านบนตัวกล้อง และดูผลจากจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ทางด้านหลัง นอกจากนี้ในฟังก์ชั่น Guide Mode ยังช่วยให้คุณเปิดชมภาพ จัดการภาพ และลบภาพได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย<br />
Attached Thumbnails</p>
<p>คุณสมบัติหลักของ Nikon D3000<br />
เซ็นเซอร์ฟอร์แมท DX ความละเอียด 10.2 ล้านพิกเซล<br />
ให้ภาพคุณภาพดี แม้ว่าจะพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ถึง 20 x 30 นิ้ว<br />
มาพร้อมกับเลนส์คิท 18-55 มม. NIKKOR VR<br />
ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบาที่สุดในกล้อง DSLR ของนิคอน (30 กรกฎาคม 2552)<br />
ใช้งานง่ายด้วยฟังก์ชั่น Nikon Guide Mode<br />
โหมดโปแกรมสำเร็จรูป 6 แบบ<br />
โหมดโปรแกรม Portrait, Landscape, Child, Sports, Close-up และ Night Portrait ช่วยให้ได้ภาพที่ดีอย่างง่ายดาย<br />
จอมอนิเตอร์ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความสว่างสูง มุมมองกว้าง 170 องศา<br />
มีโปรแกรมตกแต่งแก้ไขภาพในตัวกล้องโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์<br />
หน่วยประมวลผล Nikon EXPEED Image Processing<br />
ระบบทำความสะอาดเซ็นเซอร์ภาพ Automatic Image Sensor Cleaning<br />
ออโต้โฟกัส 11 จุด<br />
ฟังก์ชั่น Picture Control 6 แบบ Standard, Neutral, Vivid, Monochrome, Portrait และ Landscape<br />
ฟังก์ชั่น Active D-Lighting<br />
ความไวแสง ISO 100 – 1600</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d3000/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nikon D300S</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d300s</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d300s#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 May 2012 10:53:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=289</guid>
		<description><![CDATA[จุดเด่น ▪Live Viewสามารถถ่ายภาพได้ทั้งแนวนอน และแนวตั้ง ▪บันทึกวิดีโอคุณภาพ High Definition ▪จอ LCD ขนาด 3นิ้ว ความละเอียดสูง 920,000 พิกเซล ▪แบตเตอรี่ Li-ion EN-EL3e ใช้งานได้นานขึ้น สามารถถ่ายภาพได้ 950 ภาพ เพียงการชาร์จเพียงครั้งเดียว ▪ระบบทำความสะอาดฝุ่นที่เซ็นเซอร์ภาพ นิคอน เปิดตัวกล้อง D300S ซึ่งได้พัฒานการทำงานให้สูงขึ้นไปจากรุ่นเดิม มีความโดดเด่นที่โหมดบันทึกวิดีโอ ด้วยคุณภาพระดับ HD และเพิ่มสลอทสำหรับใส่เมโมรี่การ์ดเป็นสองช่อง ใช้งานได้กับเมมโมรี่การ์ดแบบ CF และ SD Nikon D300S มีความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล จากเซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS DX format และระบบประมวลผลภาพ EXPEED ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง แม้ว่าจะตั้งความไวแสงสูงถึง ISO3200 ก็ยังมี noise ให้เห็นน้อยมาก และยังให้รายละเอียดที่เด่นชัด มีการไล่โทนสีที่นุ่มนวล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="" src="http://www.thecameracity.com/filemanager/article/bigpic/182.jpg" class="alignnone" width="400" height="300" /></p>
<p>จุดเด่น<br />
▪Live Viewสามารถถ่ายภาพได้ทั้งแนวนอน และแนวตั้ง<br />
▪บันทึกวิดีโอคุณภาพ High Definition<br />
▪จอ LCD ขนาด 3นิ้ว ความละเอียดสูง 920,000 พิกเซล<br />
▪แบตเตอรี่ Li-ion EN-EL3e ใช้งานได้นานขึ้น สามารถถ่ายภาพได้ 950 ภาพ เพียงการชาร์จเพียงครั้งเดียว<br />
▪ระบบทำความสะอาดฝุ่นที่เซ็นเซอร์ภาพ</p>
<p>นิคอน เปิดตัวกล้อง D300S ซึ่งได้พัฒานการทำงานให้สูงขึ้นไปจากรุ่นเดิม มีความโดดเด่นที่โหมดบันทึกวิดีโอ ด้วยคุณภาพระดับ HD และเพิ่มสลอทสำหรับใส่เมโมรี่การ์ดเป็นสองช่อง ใช้งานได้กับเมมโมรี่การ์ดแบบ CF และ SD</p>
<p>Nikon D300S มีความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล จากเซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS DX format และระบบประมวลผลภาพ EXPEED ที่ยอดเยี่ยม ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง แม้ว่าจะตั้งความไวแสงสูงถึง ISO3200 ก็ยังมี noise ให้เห็นน้อยมาก และยังให้รายละเอียดที่เด่นชัด มีการไล่โทนสีที่นุ่มนวล<br />
Attached Images</p>
<p>D-Movie<br />
ฟังก์ชั่นใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ D-Movie ซึ่งทำให้เป็นกล้อง DSLR ที่สามารถถ่ายวิดีโอคุณภาพ HD พร้อมบันทึกเสียงในระบบสเตอริโอได้ อีกทั้งยังสามารถใช้ระบบโฟกัสอัตโนมัติขณะถ่ายวิดีโอ นอกจากนี้ยังสามารถดูวีดิโอและตัดต่อวิดีโอที่ถ่ายไว้ในกล้องได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาไปตัดต่อจากคอมพิวเตอร์ให้เสียเวลา</p>
<p>ปุ่ม LV หรือปุ่ม Live View ถูกแยกจากแป้นปรับบนตัวกล้องมาไว้ด้านหลัง ที่ทำให้การสลับการทำงานระหว่างการถ่ายภาพและการถ่ายวิดีโอทำได้ง่ายขึ้น ความโดดเด่นของ Nikon D300S คือสามารถใช้กับเลนส์ชนิดต่างๆ ตั้งแต่ระยะ Ultra Wide Angle, Fisheye ไปจนถึง Super Telephoto ทำให้สร้างสรรค์ภาพวิดีโอ HD ได้หลากหลายและมีความน่าสนใจมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถควบคุมภาพได้ตามต้องการ ด้วยการปรับโทนสีของการถ่ายวิดีโอได้อย่างง่ายดายด้วย Picture Control adjustment ส่วนวิดีโอที่ถ่ายไว้ในตัวกล้องก็สามารถตัดต่อง่ายๆด้วยการเลือกจุด Start และ Stop ในขณะที่กำลังเล่นวิดีโอ และด้วยการเชื่อต่อแบบ (High-Definition Multimedia Interface)Type C connector ที่ให้ความเร็วในการส่งข้อมูลสูง ทำให้สามารถแสดงผลแบบ HD บนจอโทรทัศน์ระบบ HDTV ทำได้อย่างรวดเร็ว<br />
Attached Images</p>
<p>ระบบโฟกัสอัตโนมัติ 51 จุด<br />
เซ็นเซอร์ระบบโฟกัสอัตโนัติ Multi-CAM 3500DX ของ D300S ทำงานครอบคลุมพื้นที่กว้างถึง 51 จุดทั่วทั้งเฟรมเพื่อให้สามารถจับโฟกัสวัดถุได้อย่างรวดเร็ว และมีเซ็นเซอร์แบบ Cross-Type 15 จุดบริเวณกลางเฟรมและใช้กับเลนส์ AF NIKKOR f/5.6 หรือกว้างกว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเลือกจุดโฟกัสเองได้ 11 จุดอีกด้วย</p>
<p>Live View ง่ายต่อการใช้งาน<br />
ฟังก์ชัน Live View ที่ใช้งานง่ายด้วยปุ่มที่ออกแบบมาเฉพาะ ที่ทำให้ถ่ายภาพผ่านจอ LCD ได้ง่าย และยังทำงานร่วมกับระบบโฟกัสอัตโนมัติ 51 จุดได้อีกด้วย โดยมีโหมดโฟกัสให้เลือกใช้งาน 2 โหมดคือ Handheld เมื่อใช้มือถือกล้องจะสามารถจัดองค์ประกอบภาพได้ง่ายขึ้น และ Tripod เมื่อใช้ขาตั้งกล้องก็จะทำให้ปรับโฟกัสจากคอนทราสต์ได้แม่นยำขึ้น</p>
<p>ชัตเตอร์เงียบไม่มีเสียงรบกวนขณะถ่ายภาพ<br />
สามารถปรับลดเสียงการยกกระจกสะท้อนแสงในขณะถ่ายภาพได้ เพียงเลือก “Q” ซึ่งจะทำให้มีเสียงชัดเตอร์ที่เงียบขึ้นในขณะถ่ายภาพซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการถ่ายภาพสัตว์ป่า หรือกีฬาที่ต้องใช้สมาธิสูงอย่างเช่น กอล์ฟ หรือสนุ๊กเกอร์ </p>
<p>มอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 3 นิ้ว<br />
หน้าจอ LCD TFT 3 นิ้ว ความละเอียดสูง 920,000 พิกเซล สนับสนุนการแสดงผลภาพวิดีโอและสามารถแสดงผลได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้งตามที่ต้องการ ทำให้สามารถจัดการไฟล์ภาพทั้งการลดขนาดภาพ การจัดการไฟล์ RAW ในตัวกล้องได้เลยโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์<br />
Attached Images</p>
<p>ระบบโฟกัสอัตโนมัติ 51 จุด<br />
เซ็นเซอร์ระบบโฟกัสอัตโนัติ Multi-CAM 3500DX ของ D300S ทำงานครอบคลุมพื้นที่กว้างถึง 51 จุดทั่วทั้งเฟรมเพื่อให้สามารถจับโฟกัสวัดถุได้อย่างรวดเร็ว และมีเซ็นเซอร์แบบ Cross-Type 15 จุดบริเวณกลางเฟรมและใช้กับเลนส์ AF NIKKOR f/5.6 หรือกว้างกว่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเลือกจุดโฟกัสเองได้ 11 จุดอีกด้วย</p>
<p>Live View ง่ายต่อการใช้งาน<br />
ฟังก์ชัน Live View ที่ใช้งานง่ายด้วยปุ่มที่ออกแบบมาเฉพาะ ที่ทำให้ถ่ายภาพผ่านจอ LCD ได้ง่าย และยังทำงานร่วมกับระบบโฟกัสอัตโนมัติ 51 จุดได้อีกด้วย โดยมีโหมดโฟกัสให้เลือกใช้งาน 2 โหมดคือ Handheld เมื่อใช้มือถือกล้องจะสามารถจัดองค์ประกอบภาพได้ง่ายขึ้น และ Tripod เมื่อใช้ขาตั้งกล้องก็จะทำให้ปรับโฟกัสจากคอนทราสต์ได้แม่นยำขึ้น</p>
<p>ชัตเตอร์เงียบไม่มีเสียงรบกวนขณะถ่ายภาพ<br />
สามารถปรับลดเสียงการยกกระจกสะท้อนแสงในขณะถ่ายภาพได้ เพียงเลือก “Q” ซึ่งจะทำให้มีเสียงชัดเตอร์ที่เงียบขึ้นในขณะถ่ายภาพซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการถ่ายภาพสัตว์ป่า หรือกีฬาที่ต้องใช้สมาธิสูงอย่างเช่น กอล์ฟ หรือสนุ๊กเกอร์ </p>
<p>มอนิเตอร์ขนาดใหญ่ 3 นิ้ว<br />
หน้าจอ LCD TFT 3 นิ้ว ความละเอียดสูง 920,000 พิกเซล สนับสนุนการแสดงผลภาพวิดีโอและสามารถแสดงผลได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้งตามที่ต้องการ ทำให้สามารถจัดการไฟล์ภาพทั้งการลดขนาดภาพ การจัดการไฟล์ RAW ในตัวกล้องได้เลยโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์<br />
Attached Images</p>
<p>ช่องเมมโมรี่การ์ด 2 ช่อง<br />
D300S มีช่องใส่เมมโมรี่การ์ด 2 ช่องที่สามารถใช้งานได้ทั้ง CompactFlash (CF) และ SD memory cards (SD) ที่ช่างภาพสามารถเลือกให้ช่องไหนบันทึกก่อนก็ได้ โดยช่องที่ 2 จะเลือกใช้งานได้ 3 เงื่อนไข คือ จะเริ่มบันทึกเมื่อเมมโมรี่การ์ดในช่องแรกเต็ม หรือเลือกให้ทำการ Backup เมมโมรี่การ์ดในช่องแรก ซึ่งทำให้มีภาพเหมือนกันทั้ง 2 การ์ด หรือเลือกให้ช่องแรกบันทึกแบบ RAW และช่องที่ 2 บันทึกแบบ JPEG นอกจากนี้ยังสามารถคัดลอกข้อมูลภาพระหว่าง 2 เมมโมรี่การ์ดอีกด้วย อีกทั้งเมื่อถ่ายวิดีโอก็จะทำให้สามารถเลือกเมมโมรี่การ์ดที่มีพื้นที่เพียงพอที่จะบันทึกภาพได้<br />
Attached Images</p>
<p>บอดี้ทนทาน แข็งแรง<br />
ตัวกล้องผลิตจากวัสดุแมกนีเซี่ยมอัลลอย ให้ความแข็งแรง ทนทานตามสไตล์กล้องโปร ตามรอยต่อต่างๆ ได้รับการซีลที่ป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ หรือของเหลวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวกล้องมีขนาด 147 x 114 x 74 มม. น้ำหนัก 918 กรัม (รวมแบตเตอรี่)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d300s/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nikon D3100</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d3100</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d3100#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 May 2012 10:52:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=287</guid>
		<description><![CDATA[Nikon D3100 กล้องดิจิตอล SLR รุ่นเล็กสุดจากนิคอน เต็มไปด้วยความสามารถที่โดดเด่นมากมายเกินตัว และเพิ่งได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม iF Product Design Award 2011 รวมทั้งรางวัล iF Communication Design Award 2011 เป็นรางวัลที่ได้รับการสนับสนุนจาก International Forum Design GmbH เมืองฉอนโนเวอร์ ประเทศเยอรมัน จุดเด่นของ Nikon D3100 ที่ทำให้ได้รับรางวัลในครั้งนี้คือ การออกแบบ GUI ที่ใช้เป็นครั้งแรกในกล้องดิจิตอล SLR ช่วยให้ใช้งานง่ายและรวดเร็ว พร้อมคุณสมบัติ Guide Mode menu ช่วยให้ใช้งานง่ายแม้ไม่มีความรู้ด้านการถ่ายภาพมากนัก ส่วนรางวัล iF Communication Design Award ได้มาจากการออกแบบที่สวยงาม ให้ความรู้สึกสะดวกสบายในการใช้งาน และขนาดที่เล็กน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพา คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจของ Nikon D3100 • เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="" src="http://www.thecameracity.com/filemanager/article/bigpic/197.jpg" class="alignnone" width="480" height="351" /></p>
<p>Nikon D3100 กล้องดิจิตอล SLR รุ่นเล็กสุดจากนิคอน เต็มไปด้วยความสามารถที่โดดเด่นมากมายเกินตัว และเพิ่งได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม iF Product Design Award 2011 รวมทั้งรางวัล iF Communication Design Award 2011 เป็นรางวัลที่ได้รับการสนับสนุนจาก International Forum Design GmbH เมืองฉอนโนเวอร์ ประเทศเยอรมัน จุดเด่นของ Nikon D3100 ที่ทำให้ได้รับรางวัลในครั้งนี้คือ การออกแบบ GUI ที่ใช้เป็นครั้งแรกในกล้องดิจิตอล SLR ช่วยให้ใช้งานง่ายและรวดเร็ว พร้อมคุณสมบัติ Guide Mode menu ช่วยให้ใช้งานง่ายแม้ไม่มีความรู้ด้านการถ่ายภาพมากนัก ส่วนรางวัล iF Communication Design Award ได้มาจากการออกแบบที่สวยงาม ให้ความรู้สึกสะดวกสบายในการใช้งาน และขนาดที่เล็กน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพา</p>
<p>คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจของ Nikon D3100</p>
<p>• เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 23.1 X 15.4 มม.<br />
• ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล<br />
• หน่วยประมวลผล EXPEED 2<br />
• เซ็นเซอร์โฟกัส Multi-CAM 1000 จุดโฟกัส 11 จุด<br />
• ใช้งานง่ายด้วยฟังก์ชั่น Guide Mode<br />
• บันทึกวิดีโอคุณภาพ HD<br />
• จอมอนิเตอร์ขนาด 3 นิ้ว 230,000 พิกเซล<br />
• ตัวกล้องขนาดกะทัดรัด</p>
<p>ข้อมูลจำเพาะ Nikon D3100<br />
เซ็นเซอร์ภาพ CMOS ขนาด 23.1 x 15.4 มม.<br />
ความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล<br />
ไฟล์ฟอร์แมต ภาพนิ่ง : NEF (RAW), JPEG, NEF (RAW) + JPEG<br />
ภาพเคลื่อนไหว : MOV (H.264/MPEG-4)<br />
เลนส์ที่ใช้งานได้ เลนส์ AF-S, AF-I รองรับการใช้งานทุกฟังก์ชั่น, เลนส์ Type G หรือ D รองรับการใช้งานทุกฟังก์ชั่น ยกเว้นออโต้โฟกัส, เลนส์ AF รุ่นอื่นๆ<br />
รองรับการใช้งานทุกฟังก์ชั่น ยกเว้นระบบวัดแสง 3D color matrix II และออโต้โฟกัส, เลนส์ไม่มี CPU ต้องใช้โหมดบันทึกภาพแบบ M<br />
และใช้ระบบวัดแสงไม่ได้<br />
ระบบวัดแสง วัดแสงผ่านเลนส์ด้วยเซ็นเซอร์ 420-pixel RGB<br />
โหมดวัดแสง ระบบ 3D Color Matrix Metering II (เฉพาะเลนส์ type G และ D), เฉลี่ยกลางภาพ และเฉพาะจุด<br />
โหมดบันทึกภาพ Auto, Guide, โปรแกรมสำเร็จรูป, โปรแกรม (P), ออโต้รูรับแสง (S), ออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A) และแมนนวล (M)<br />
ชดเชยแสง +/-5 EV แบ่งละเอียดขั้นละ 1/3EV<br />
ไวท์บาลานซ์ Auto, ปรับตามสภาพแสง 12 แบบ และ Preset ทุกแบบสามารถปรับชิฟท์ได้อีก<br />
ความไวแสง ออโต้ และปรับเอง ISO 100-3200 ปรับขยายสูงสุด 12800<br />
ออโต้โฟกัส เซ็นเซอร์ Nikon Multi-CAM 1000 จุดโฟกัส 11 จุด<br />
แฟลชในตัว ไกด์นัมเบอร์ 12 ที่ ISO 100/เมตร<br />
จอมอนิเตอร์ ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 230,000 พิกเซล<br />
สื่อบันทึกข้อมูล SD, SDHC และ SDXC Card<br />
อินเทอร์เฟส HDMI, USB 2.0 Hi-Speed, AV Out รองรับสัญญาณโทรทัศน์แบบ NTSC และ PAL<br />
แบตเตอรี่ Lithium-Ion EN-EL14<br />
ขนาด 124 x 96 x 74.5 มม.<br />
น้ำหนัก 455 กรัม (เฉพาะตัวกล้อง)</p>
<p>ประสิทธิภาพและคุณภาพ</p>
<p>Nikon D3100 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบใหม่ CMOS และยังคงเป็นฟอร์แมต DX ขนาด 23.1 X 15.4 มม. ปรับเพิ่มความละเอียดเป็น 14.2 ล้านพิกเซล ประมวลผลการทำงานด้วย EXPEED 2 ที่ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้กล้องตอบสนองการทำงานที่รวดเร็วมากขึ้น ให้ไฟล์ภาพคุณภาพสูง เก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน และมีการจัดการ Noise ที่ยอดเยี่ยมมากขึ้น </p>
<p>จุดเด่นของ D3100 ยังคงอยู่ที่ฟังก์ชั่นการใช้งานที่ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย และช่วยให้้ใช้งานกล้องได้อย่างสะดวก ถึงแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเคยใช้กล้อง DSLR ก็ตาม โหมดถ่ายภาพที่ออกแบบใหใช้กล้องได้ง่ายขึ้นคือ โหมด Guide บนแป้นปรับโหมดถ่ายภาพ โดยเมื่อเลือกโหมดนี้ กล้องจะแสดง Guide Menu ให้ผู้ใช้เลือกใช้งาน มี 3 กลุ่มคือ โหมดถ่ายภาพ (Shoot) โหมดพรีวิวและลบภาพ (View/Delete) และโหมดปรับตั้งการทำงานต่างๆ (Set Up) ในโหมดถ่ายภาพ (Shoot) กล้องจะให้ผู้ใช้เลือกรูปแบบการถ่ายภาพ สำหรับผู้ที่ใช้กล้อง DSLR เป็นครั้งแรก อาจจะเลือกแบบง่ายๆ (Easy Operation) ซึ่งจะมีค่าการทำงานย่อยๆ อีก และมีเพิ่มมากกว่า D3000 เช่น เลือกแบบออโต้ทั้งหมด เลือกไม่ใช้แฟลช เลือกถ่ายภาพระยะใกล้ หรือเลือกถ่ายภาพเด็กเล็ก เป็นต้น</p>
<p>ส่วนรูปแบบ Advance Operation ผู้ใช้เลือกรูปแบบภาพที่ต้องการ เช่น Soften Background หรือ Freeze Motion เป็นต้น และกล้องจะปรับทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ และผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนค่าที่กล้องตั้งให้ได้ เช่น Soften Background ถ่ายภาพให้ฉากหลังเบลอ กล้องจะตั้งขนาดรูรับแสงให้กว้างที่สุด ตามค่าของเลนส์ แต่ผู้ใช้ก็อาจจะปรับให้แคบลงนิดหน่อย เพื่อให้ครอบคลุมระยะชัดของซับเจคต์ทั้งหมด หรือแบบ Freeze Motion ผู้ใช้อาจจะปรับความเร็วชัตเตอร์ให้สูงขึ้นกว่าที่กล้องตั้งให้ เมื่อเห็นว่าการเคลื่อนไหวนั้นๆ มีความเร็วมากขึ้น </p>
<p>นอกจาก Guide mode แล้ว D3100 ยังมีโหมดถ่ายภาพอื่นๆ ให้เลือกใช้งาน อาทิ โปรแกรมสำเร็จรูปแบบต่างๆ และโหมดถ่ายภาพในกลุ่ม Advance ทั้งหมดคือ โปรแกรม (P), ออโต้รูรับแสง (S), ออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A) และแมนนวล (M) สำหรับการควบคุมการทำงานระดับสูงสำหรับมืออาชีพ หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้กล้องที่มากขึ้น และต้องการควบคุมคุณภาพอย่างละเอียดทุกขั้นตอน อาทิ ความไวแสง ไวท์บาลานซ์ ชดเชยแสง หรือพิกเจอร์คอนโทรล เป็นต้น </p>
<p>D3100 ปรับเพิ่มความไวแสงสูงสุดเป็น ISO 3200 และสามารถปรับขยายได้ Hi 1 (ISO6400) และ Hi 2 (ISO12800) นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่นคือ Active D-Lighting ที่ช่วยปรับเพิ่มความสว่างในส่วนมืดของภาพและคงรายละเอียดอยู่อย่างครบถ้วน ซึ่งเหมาะสำหรับภาพที่มีคอนทราสท์สูง โดยกล้องจะทำการเฉลี่ยค่าแสงในโทนมืดของภาพให้อย่างสมดุล และให้ภาพที่มีการไล่โทนอย่างเป็นธรรมชาติ</p>
<p>ถึงแม้ว่า d3100 จะเป็นกล้องรุ่นเล็ก และออกแบบสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งานกล้อง dslr แต่หลายๆ ฟังก์ชั่นการทำงาน เป็นฟังก์ชั่นสำหรับการใช้งานขั้นสูง อาทิ การปรับไวท์บาลานซ์ชิฟท์ การปรับแต่งพิกเจอร์คอนโทรล หรือการเลือกพื้นที่โฟกัส เป็นต้น รวมทั้งมีจุดโฟกัสถึง 11 จุด พร้อมจุดโฟกัสแบบกากบาดกลางภาพ นอกจากนี้ยังมีเมนูแปลงไฟล์ raw จากตัวกล้อง ซึ่งเป็นเมนูที่มีประโยชน์กับการใช้งานมาก และกล้องโปรหลายๆ รุ่น หลายยี่ห้อยังไม่มีฟังก์ชั่นนี้ให้ใช้งาน </p>
<p>โหมดบันทึกวิดีโอและโหมด Live View ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่านขึ้น จากก้านโยกปรับโหมดที่ด้านหลัง ซึ่งจะแสดงผลแบบ Live View เมื่อผู้ใช้ต้องการบันทึกวิดีโอก็เพียงกดปุ่มบันทึกที่อยู่ตรงกลางได้เลย และสามารถปรับเลือกขนาดและคุณภาพของไฟล์วิดีโอได้จากเมนูการทำงาน เมื่อเลือกระบบ Live View และไม่ได้ใช้งาน 30 วินาที กล้องจะตัดระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน </p>
<p>การควบคุมฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ จากจอมอนิเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกจากขนาดจอมอนิเคตอร์ที่ใหญ่ถึง 3 นิ้ว มองไอคอนต่างๆ ได้ชัดเจน การเลือกแสดงผลการทำงานที่จอมอนิเตอร์เลือกได้จากปุ่ม i ที่อยู่ด้านหลัง เมื่อกดปุ่มนี้กล้องจะแสดงหน้าจอสำหรับปรับตั้ง ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบได้ว่าจะใช้แบบคลาสสิก หรือแบบกราฟฟิก รวมทั้งเลือกสีพื้นหลังได้ 3 สีคือ สีเขียว สีดำ และสีน้ำตาล เมื่อต้องการปรับตั้งก็ให้กดปุ่ม i ซ้ำอีกครั้ง แถบสีเหลืองจะปรากฏขึ้นที่เมนูปรับตั้งต่างๆ ใช้แป้นควบคุม 4 ทิศทางเลือกเมนูที่ต้องการปรับตั้ง ใช้แป้นหมุนควบคุมด้านหลังเพื่อเลือกค่าที่ต้องการ หรือกดปุ่ม OK เพื่อเข้าสู่เมนูปรับตั้ง และกดปุ่ม OK เพื่อยืนยันการปรับตั้งนั้นๆ เนื่องจากเป็นกล้องที่ออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด จึงยังคงใช้รูปแบบเดิมเหมือนกับ D3000 คือไม่มีมอเตอร์ปรับโฟกัสในตัวกล้อง ดังนั้น เลนส์ที่ใช้งานได้สมบูรณ์แบบทั้งหมด จึ้งต้องเป็นเลนส์ที่มีมอเตอร์โฟกัสในตัวอย่างเลนส์ AF-S หรือ AF-I ซึ่งสามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ครบทุกระบบ ส่วนเลนส์ Type G หรือ Type D ใช้งานได้ทุกระบบเช่นกัน ยกเว้นระบบออโต้โฟกัส และเลนส์ AF NIKKOR รุ่นอื่นๆ ใช้งานได้ทุกระบบ ยกเว้นออโต้โฟกัส และระบบวัดแสงแบบ 3D Matrix ส่วนเลนส์ Ai หรือ Ais ที่ไม่มีจุดเชื่อมต่อไฟฟ้า จะใช้งานในโหมดถ่ายภาพแมนนวลได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น รวมทั้งไม่สามารถใช้เครื่องวัดแสงจากตัวกล้องได้ </p>
<p>ขนาดของตัวบอดี้ยังคงใกล้เคียงกับ D3000 รวมทั้งการวางตำแหน่งควบคุมเหมือนกันทั้งหมด แต่ D3100 มีฟังก์ชั่นวิดีโอเพิ่มเข้ามา ดังนั้นจึงมีการปรับปรุงตัวกล้องให้เหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น โดยเพิ่มก้านปรับระบบ Live View และปุ่มบันทึกวิดีโอที่ด้านหลังของกล้องในตำแหน่งเหนือแป้นควบคุม 4 ทิศทางขึ้นมา ซึ่งรุ่นเดิมปล่อยโล่ง </p>
<p>ปุ่ม i ถูกแยกให้ออกมาใช้งานอย่างอิสระจากเดิมที่อยู่รวมกับปุ่มซูมภาพ ทำให้ปุ่มควบคุมด้านนี้เพิ่มขึ้นเป็น 5 ปุ่ม สันนูนที่บริเวณปุ่มลบภาพและไฟแสดงสถานะการทำงานถูกย่นเข้ามาด้านใน และใช้พื้นที่ส่วนนั้นเป็นตำแหน่งของลำโพง และบริเวณสันนูนข้างๆ ตัวกล้องในตำแหน่งที่รับกับนิ้วโป้ง ปิดด้วยยางลายหยาบ ช่วยให้กระชับมือในการจับถือมากขึ้นทีเดียว การปรับชดเชยสายตาที่ช่องมองภาพเปลี่ยนจากก้านเลื่อนเป็นแป้นหมุน ให้ความรู้สึกดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม </p>
<p>ด้านหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก มีเพียงเพิ่มช่องไมโครโฟนที่อยู่เหนือตัวเลขรุ่นเท่านั้น ส่วนด้านบนตัวกล้องบริเวณฐานแป้นปรับโหมดถ่ายภาพ ออกแบบให้เป็นก้านเลือกรูปแบบเลื่อนภาพ โดยเลือกได้ที่ตำแหน่งทีละภาพ ถ่ายภาพต่อเนื่อง ตั้งเวลาถ่ายภาพ และใช้โหมดเสียงเงียบ การออกแบบลักษณะนี้สะดวกกับการใช้งานมากกว่าที่จะต้องไปตั้งจากเมนู หรือต้องกดปุ่มแล้วหมุนแป้นเลือกมากทีเดียว และถัดออกไปด้านบนเป็นปุ่ม info และปุ่มชดเชยแสง ออกแบบให้ใช้งานได้อย่างสะดวกอยู่แล้ว โดยเมื่อเลือกโหมดถ่ายภาพแมนนวล (M) การเปลี่ยนขนาดรูรับแสงจะต้องกดปุ่มชดเชยแสงนี้ค้างไว้ด้วย พร้อมกับหมุนแป้นควบคุมด้านหลัง ถ้าหากหมุนแป้นเพียงอย่างเดียวจะเป็นการปรับความเร็วชัตเตอร์เท่านั้น </p>
<p>ข้างๆ ฐานเลนส์ซ้ายมือมีปุ่ม 2 ปุ่ม ปุ่มบนสำหรับเปิดใช้งานแฟลช พร้อมปรับชดเชยแสงแฟลชด้วย เมื่อเลือกโหมดออโต้ แฟลชจะดีดตัวขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อแสงไม่พอ ถัดลงมาเป็นปุ่ม Fn สำหรับตั้งค่าการทำงานบางเมนูอย่างรวดเร็ว ถัดไปเล็กน้อย ข้างๆ ตัวกล้องเป็นช่องเชื่อมต่อการทำงานต่างๆ ซึ่งออกแบบใหม่หมดจากเดิมที่มีเพียง USB และ AV Out เป็นช่องเชื่อมต่อสัญญาณ GPS, ช่อง USB, ช่อง HDMI และช่อง AV Out ข้างๆ ตัวกล้องอีกด้านเป็นช่องเมมโมรี่การ์ดแบบ SD, SDHC และ SDXC Card ส่วนช่องแบตเตอรี่อยู่ด้านใต้ตัวกล้องเช่นเดิม</p>
<p>ผลการใช้งD3100 มีโสรหลักๆ ไม่ได้แตกต่างจาก D3000 เท่าใดนัก ยังคงเน้นรูปแบบกล้องขนาดกะทัดรัด และมีการควบคุมการใช้งานที่เข้าใจง่ายๆ จุดเด่นที่ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นเดิมคือ มีฟังก์ชั่นบันทึกวิดีโอเพิ่มเข้ามา และมีการออกแบบการใช้งานระบบ Live View รวมทั้งการบันทึกวิดีโอให้ใช้งานได้อย่างสะดวกจากก้านโยกเปิด Live View แทนปุ่มกดแบบรุ่นอื่นๆ ตรงกลางของก้ายโยกเป็นปุ่มบันทึกวิดีโอ กดครั้งแรกเพื่อบันทึกและกดซ้ำอีกครั้งเมื่อต้องการหยุดบันทึก</p>
<p>อีกจุดหนึ่งที่ออกแบบใหม่ และถือว่าให้ความสะดวกกับการใช้งานมากเช่นกันคือ ก้านเลือกระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง รวมทั้งตั้งเวลาบันทึกภาพและเลือกถ่ายภาพด้วยโหมดเสียงเงียบ เมื่อบันทึกภาพในบางสถานที่ที่งดใช้เสียง หรือต้องการความเงียบเป็นพิเศษ เช่น ในโบสถ์ หรือในระหว่างพิธีกรรมบางอย่าง เป็นต้น วางตำแหน่งไว้ที่ฐานของแป้นปรับโหมดถ่ายภาพ เมื่อต้องการโหมดเลื่อนภาพแบบใด ก็เพียงเลื่อนก้านไปยังตำแหน่งนั้นๆ เท่านั้นเอง อีกทั้งยังสังเกตได้ง่าย ลดความผิดพลาดจากการตั้งใช้งานผิดได้เป็นอย่างดี</p>
<p>เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ D3100 คือ Guide Mode ซึ่งผมเห็นว่ามีประโยชน์สำหรับผู้ใช้มือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่มีความชำนาญในการใช้งานกล้อง DSLR มากนัก ซึ่งโหมดนี้มีเมนูหลักให้เลือกใช้งาน 3 เมนูคือ โหมดถ่ายภาพ โหมดชมภาพและลบภาพ และโหมดปรับตั้งการทำงาน เมื่อเลือกโหมดถ่ายภาพ กล้องจะมีให้เลือกย่อยลงไปอีกว่าจะถ่ายแบบง่ายๆ (Easy Operation) หรือ Advance Operation ถ้าหากเลือกแบบง่ายๆ กล้องจะให้เลือกรูปแบบภาพที่ต้องการ เช่น Auto เลือกแบบอัตโนมัติทั้งหมด, Close Up เลือกถ่ายภาพในระยะใกล้ หรือ Sleeping Face ถ่ายภาพเด็กเล็กโดยไม่ใช้แฟลช เป็นต้น เมื่อเลือกตามรูปแบบที่ต้องการ ผู้ใช้ก็เพียงเล็งจัดองค์ประกอบให้สวยงามและกดชัตเตอร์เท่านั้นเอง ก็จะได้ภาพสวยตามที่ต้องการ </p>
<p>อีกรูปแบบหนึ่งคือ Advance Operation กล้องจะมีเมนูให้เลือกว่าต้องการภาพแบบไหน เช่น ฉากหลังเบลอ ฉากหลังชัด หรือหยุดการเคลื่อนไหว เป็นต้น ในแต่ละรูปแบบกล้องจะปรับความเร็วชัตเตอร์หรือรูรับแสงให้อัตโนมัติพร้อมภาพประกอบ แต่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนค่าที่ต้องตั้งให้ได้ตามความต้องการด้วย สำหรับมือใหม่เมื่อใช้งานและใช้ความสังเกตค่าการทำงานต่างๆ ที่กล้องตั้งให้ ก็สามารถพัฒนาตัวเองให้ชำนาญและปรับตั้งการทำงานต่างๆ ด้วยตัวเองได้ทั้งหมดเช่นกัน ส่วนโหมดถ่ายภาพอื่นๆ ยังคงมีให้ใช้งานได้อย่างครบครัน ทั้งโหมด Full Auto, โหมดโปรแกรมสำเร็จรูป รวมทั้งโหมดถ่ายภาพในกลุ่ม Advance อาทิ โปรแกรม (P), โหมดออโต้รูรับแสง (S), โหมดออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A) และโหมดแมนนวล (M) </p>
<p>ความไวแสงเป็นอีกจุดหนึ่งที่เพิ่มขึ้นจาก D3000 เป็นสูงสุด ISO 3200 และปรับเพิ่มเป็น Hi1 (ISO 6400) และ Hi 2 (ISO12800) ผมเลยลองถ่ายภาพอาคารยามค่ำคืนประมาณ 2 ทุ่ม ตั้งความไวแสงที่สูงสุด ISO 3200 ใช้มือถือกล้อง ภาพที่ได้ใสเคลียร์มาก และความคมชัดดีเยี่ยมทีเดียว ซึ่งก็เป็นผลจากการทำงานของหน่วยประมวลผลใหม่ EXPEED 2 รวมทั้งเซ็นเซอร์ภาพแบบ CMOS ด้วย ในเมื่อมีการจัดการ Noise ได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้ สำหรับผู้ที่ชอบถ่ายภาพแคนดิด ภาพแนว Street หรือ Life จะต้องชอบแน่ๆ เพราะไม่ต้องกังวลกับการวัดแสงเลย เพราะสามารถตั้งความไวแสงแบบออโต้ ให้กล้องปรับตามความเหมาะสมให้ก็ได้ </p>
<p>ฟังก์ชั่นที่โดดเด่นตั้งแต่รุ่นเดิมคือ NEF (RAW) processing ซึ่งช่วยให้แปลงไฟล์ RAW ได้จากตัวกล้อง ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชั่นในระดับมืออาชีพทีเดียว ด้วยฟังก์ชั่นนี้ ผมสามารถถ่ายภาพด้วยฟอร์แมต RAW เพียงอย่างเดียว จากปกติที่ถ่ายภาพด้วยฟอร์แมต RAW+JPEG ซึ่งกินเนื้อที่ในการจัดเก็บทั้งเมมโมรี่การ์ด และฮาร์ดดิสก์พอสมควรทีเดียว แต่ก็สะดวกสำหรับการใช้งานแบบเร่งด่วน และยังมีไฟล์ RAW สำหรับการปรับแก้ไขในภายหลังด้วย แต่ฟังก์ชั่น NEF (RAW) processing ช่วยผมใช้ปรับเปลี่ยนความละเอียดของภาพ, ขนาดภาพ, ไวท์บาลานซ์, เพิ่มหรือลดความสว่าง และรูปแบบพิกเจอร์ คอนโทรลได้ใหม่ โดยการปรับแก้ค่าต่างๆ เช่น ไวท์บาลานซ์ ค่าการชดเชยแสง หรือพิกเจอร์คอนโทรลจะแสดงผลให้เห็นตามค่าที่เปลี่ยนใหม่ทันที ผมสามารถปรับได้ตามความพอใจ และบันทึกเป็นภาพใหม่ฟอร์แมต JPEG พร้อมนำไปใช้งานทันที<br />
ฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจของ D3100 เช่น ฟังก์ชั่นตกแต่งภาพจากตัวกล้องซึ่งมีให้ใช้งานมากมาย เช่น D-Lighting ปรับเพิ่มความสว่างในส่วนมืดของภาพ, Trimming ตัดส่วนของภาพตามที่ต้องการ, Monochrome ปรับเป้นภาพโทนเดียวอย่าขาว-ดำ หรือซีเปีย, Filter Effect เพิ่มฟิลเตอร์แบบต่างๆ, Color Balance ปรับแก้สีสันของภาพ หรือ Perspective Control ปรับแก้ระนาบของภาพที่เกิดจากการใช้เลนส์มุมกว้างมากๆ เป็นต้น ฟังก์ชั่นต่างๆ เหล่านี้ ช่วยให้ผมใช้งานกล้องได้สนุกมากขึ้น และสร้างสรรค์ภาพแปลกๆ ตา ได้โดยไม่ต้องเสาะหาอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมอีก</p>
<p>ถ้าหากว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบกล้องตัวใหญ่ๆ และน้ำหนักมาก แต่มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบและไม่ยุ่งยาก ให้ไฟล์ภาพคุณภาพสูงและสีสันที่สดใส และใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ของนิคอน อาทิ เลนส์ขนาดต่างๆ แฟลชเฉพาะกิจหลายรุ่นได้ทั้งหมดอยู่ล่ะก็ Nikon D3100 ตอบโจทย์ของคุณได้เป็นอย่างดีครับ </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d3100/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nikon D5000 DSLR พร้อมจอสั่งได้</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d5000-dslr-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d5000-dslr-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 May 2012 10:05:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=285</guid>
		<description><![CDATA[Nikon D5000 DSLR รุ่นใหม่พร้อมจอหมุนบิดได้ Nikon ได้เปิดตัวกล้อง D5000 โดยกล้องรุ่นนี้เป็นกล้องในกลุ่ม upper-entry-level DSLR ซึ่งกล้องรุ่นนี้ก็เป็นกล้องที่ออกมาต่อยอดโดยวางตำแหล่งไว้ระหว่าง D60 และ D90 ซึ่ง Nikon D5000 นี้ก็ออกมาชนกับ Canon EOS 500D ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจุดมุ่งหมายของการเปิดตัวกล้อง Nikon D5000 ออกก็ต้องการให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการ์ณในการถ่ายภาพที่มากขึ้นพร้อมกับต้องการให้ผู้ที่จะอัพเกรดจากกล้องแบบคอมแพคเข้ามาสู่กล้องแบบ DSLR มากขึ้น Nikon D5000 มาพร้อมด้วยความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์แบบ CMOS มาพร้อมระบบ live view สามารถถ่ายภาพวิดิโอได้แบบ 720p หน้าจอ LCD 2.7 นิ้ว สามารถหมุนบิดได้ 180 องศา Nikon D5000 เป็นกล้องแบบ Single-lens reflex digital camera มีความละเอียด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Nikon D5000 DSLR รุ่นใหม่พร้อมจอหมุนบิดได้</p>
<p>Nikon ได้เปิดตัวกล้อง D5000 โดยกล้องรุ่นนี้เป็นกล้องในกลุ่ม upper-entry-level DSLR ซึ่งกล้องรุ่นนี้ก็เป็นกล้องที่ออกมาต่อยอดโดยวางตำแหล่งไว้ระหว่าง D60 และ D90 ซึ่ง Nikon D5000 นี้ก็ออกมาชนกับ Canon EOS 500D ที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจุดมุ่งหมายของการเปิดตัวกล้อง Nikon D5000 ออกก็ต้องการให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการ์ณในการถ่ายภาพที่มากขึ้นพร้อมกับต้องการให้ผู้ที่จะอัพเกรดจากกล้องแบบคอมแพคเข้ามาสู่กล้องแบบ DSLR มากขึ้น</p>
<p>Nikon D5000 มาพร้อมด้วยความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์แบบ CMOS มาพร้อมระบบ live view สามารถถ่ายภาพวิดิโอได้แบบ 720p หน้าจอ LCD 2.7 นิ้ว สามารถหมุนบิดได้ 180 องศา</p>
<p>Nikon D5000 เป็นกล้องแบบ Single-lens reflex digital camera มีความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ Nikon DX format (23.6 x 15.8 มม.) CMOS sensor รองรับ ขนาดภาพ 4,288 x 2,848 [L], 3,216 x 2,136 [M], 2,144 x 1,424 [S] พิกเซล สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ (D-movie) 1280 x 720 / 24fps, 640 x 480 / 24fps, 320 x 240 / 24fps</p>
<p>Nikon D5000 มีความไวแสง ISO 200 ถึง 3,200 ครังละ 1/3 EV, plus HI-0.3, HI-0.7, HI-1 (ISO 6400); LO-0.3, LO-0.7 and LO-1 (ISO 100)</p>
<p>Nikon D5000 รองรับฟอร์แมทไฟล์แบบ NEF (12 bit compressed RAW); JPEG (Baseline-compliant); AVI movie (Motion JPEG compression format with monaural sound) ใช้เมมโมรี่การ์ดแบบ SD memory card (รองรับ SDHC ด้วย)</p>
<p>Nikon D5000 ใช้ระบบบันทึกภาพแบบ<br />
1) Single frame<br />
2) Continuous<br />
3) Self-timer<br />
4) Delayed remote<br />
5) Quick-response remote<br />
6) Silent shooting<br />
7) D-Movie</p>
<p>Nikon D5000 สามารถปรับ White Balance ได้แบบ Auto (hybrid control with image sensor and 420-segment RGB sensor) 12 manual modes, 31 color temperature settings, รวมถึงการปรับแบบแมนนวล, fine tuning, white-balance bracketing</p>
<p>Nikon D5000 มีขนาดหน้าจอ LCD 2.7 นิ้ว ให้ความละเอียด 230,000 พิกเซล เป็นจอแบบ low-temperature polysilicon TFT vari-angle LCD</p>
<p>Nikon D5000 มาพร้อมฟังก์ชั่นการแสดงภาพ<br />
1) Full-frame<br />
2) Thumbnail (4/9/72, calendar)<br />
3) playback zoom<br />
4) RGB histogram display<br />
5) RGB histogram for portion of the image visible in the monitor with playback zoom<br />
6) Slide show<br />
7) Movie playback<br />
stop-motion movies</p>
<p>Nikon D5000 มีการเชื่อมต่อ NTSC หรือ PAL (สามารถเลือกได้), HDMI Type C connector, มีพอร์ต USB 2.0 (High-speed): MTP/PT, GP-1 (GPS Unit)</p>
<p>Nikon D5000 มีช่องมองภาพแบบออฟติคอล โดยเป็นช่องมองภาพแบบ Eye-level penta-Dach mirror type พร้อมกับการปรับ diopter ได้ (-1.7 ถึง +0.5m-1) ครอบคลุมการเห็นภาพในช่องมองประมาณ 95%</p>
<p>Nikon D5000 มีระบบออโต้โฟกัสแบบ TTL phase detection โดยใช้ Nikon Multi-CAM 1000 autofocus module with AF-assist (range approx. 0.5-3m/1ft 8 in. &#8211; 9ft 10 in.); Detection range: -1 to +19 EV (ISO 100 at (ISO 100 at 20?C/68?F)</p>
<p>Nikon D5000 มีโหมดโฟกัส<br />
1) Autofocus (AF): Single-servo AF (AF-S); Continuous servo AF (AF-C); Auto AF-S/AF-C selection (AF-A)<br />
2) Manual focus (MF) สามารถเลือกได้ 3 โฟกัส</p>
<p>Nikon D5000 มีระบบวัดแสงแบบ<br />
1) Scene-recognition system compatible 3D color matrix metering (สำหรับเลนส์ชนิด G และ D), color matrix metering II (สำหรับเลนส์แบบอื่นๆ)<br />
2) Center-weighted (กินพื้นที่ 8 มม.จากส่วนของกึ่งกลางภาพ)<br />
3) spot metering (กินพื้นที่ 3.5 มม. ของส่วนโฟกัสที่เลือก)</p>
<p>Nikon D5000 มีช่วงการวัดแสง 1) 0 ถึง 20 EV (ระบบ 3D-Color Matrix หรือ Center-weighted metering), 2) 2 ถึง 20 EV (ระบบ Spot metering)</p>
<p>Nikon D5000 มีระบบบันทึกภาพ<br />
1) Digital Vari-Program (Auto, Auto [Flash Off], Portrait, Landscape, Child, Sports, Close Up, Night Portrait)<br />
2) Programmed Auto [P]<br />
3) Shutter-Priority Auto [S]<br />
4) Aperture Priority Auto [A]<br />
5) Manual [M]<br />
6) Scene modes สามารถเลือกทำงานได้แบบ Night landscape, Party/Indoor, Beach/Snow, Sunset, Dusk/Dawn, Pet portrait, Candlelight, Blossom, Autumn colors, Food, Sihouette, High key, Low key</p>
<p>Nikon D5000 สามารถถ่ายภาพคร่อมอัตโนมัติได้ 3 ภาพ โดยปรับค่าได้ระหว่าง ?2.0 &#8211; +2.0 (ครั้งล่ะ 1/2 หรือ 1/3 EV) มีความไวชัตเตอร์เร็วสุดที่ 1/4000 วินาที มีความไวชัตเตอร์ช้าสุดที่ 30 วินาที</p>
<p>Nikon D5000 มีระบบชัตเตอร์แบบ Electronically controlled vertical-travel focal plane shutter, 30 ถึง 1/4000 วินาที สามารถปรับได้ 1/3 EV พร้อมโหมด bulb</p>
<p>Nikon D5000 มีช่องซิงค์แฟลชนอกแบบ X-contact ทำงานที่ 1/200 วินาที มีการควบคุมแฟลชแบบ i-TTL flash control โดยใช้เซอร์ RGB 420 ส่วน, i-TTL balanced fill-flash สำหรับ digital SLR, standard i-TTL flash สำหรับ digital SLR มีโหมดซิงค์แฟลช 4 แบบ คือ 1) Front-curtain sync, 2) Red-eye reduction, 3) Slow sync with red-eye reduction, 4) Slow sync, rear-curtain sync</p>
<p>Nikon D5000 สามารถถ่ายภาพแบบหน่วงเวลาได้ระหว่าง 2, 5, 10 or 20 วินาที มีรีโมทคอนโทรล Wireless Remote Control ML-L3 (optional) มี GPS แบบ GP-1 GPS Unit (optional)</p>
<p>Nikon D5000 มีเมนูภาษาให้เลือกถึง 17 ภาษา คือ German, English, Spanish, Finnish, French, Italian, Dutch, Polish, Portuguese, Russian, Swedish, Traditional Chinese, Simplified Chinese, Japanese, Korean, Danish, Norwegian เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่มีภาษาไทย</p>
<p>Nikon D5000 ใช้แหล่งพลังงานแบบ Rechargeable EN-EL9a Li-ion, EH-5a AC adapter มีระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ 510 ภาพ</p>
<p>Nikon D5000 มีขนาด 127 x 104 x 80 มม. น้ำหนัก (ไม่รวมแบตเตอรี่) ประมาณ 560 กรัม</p>
<p>Nikon D5000 คุณลักษณะอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกก็คือ ตัวจอ LCD สามารถพับปิด-เปิดได้ 0-180 องศา และหมุนได้ -90-180 องศา มาพร้อมระบบ Dust Reductions System, Graphic User Interface, Live view (with face-priority AF), D-Movie</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/nikon-d5000-dslr-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Canon IXUS 100 IS</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/canon-ixus-100-is</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/canon-ixus-100-is#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 May 2012 10:05:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=283</guid>
		<description><![CDATA[Canon IXUS 100 IS กล้องดิจิตอลขนาด Ultra Slim มีจุดเด่นตรงที่ดีไซน์มีขนาดบาง เล็ก กะทัดรัด และมีสีสันที่สดใสซาบซ่า ดูโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ไม่ว่าจะเป็น สีแดง สีดำ สีเงิน และสีทอง อีกทั้งยังใช้วัสดุที่เป็นโลหะ เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวกล้อง พร้อมกับความสามารถในการบันทึกวิดีโอระดับความละเอียด HD ที่ 1280 x 720 พิกเซลที่ 30 เฟรมต่อวินาที Canon IXUS 100 IS รุ่นนี้จะมาพร้อมกับระบบประมวลผลภาพ DIGIC 4 นวัตกรรมล่าสุดลิขสิทธิ์เฉพาะของแคนนอนที่ได้เปิดตัวไปแล้วในกล้องบางรุ่นเมื่อปีที่ผ่านมา DIGIC 4 เป็นสุดยอดเทคโนโลยีประมวลผลภาพด้วยความเร็วสูงขึ้นถึง 1.3 เท่า มาพร้อมคุณสมบัติเด่นอื่นๆ ได้แก่ เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า (Face Detection Technology) เทคโนโลยีโฟกัสวัตถุเคลื่อนไหว (Motion Detection Technology) เทคโนโลยีลดสัญญาณรบกวนภาพ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="" src="http://www.thecameracity.com/filemanager/article/bigpic/177.jpg" class="alignnone" width="530" height="376" /></p>
<p>Canon IXUS 100 IS กล้องดิจิตอลขนาด Ultra Slim  มีจุดเด่นตรงที่ดีไซน์มีขนาดบาง เล็ก กะทัดรัด และมีสีสันที่สดใสซาบซ่า ดูโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ไม่ว่าจะเป็น สีแดง สีดำ สีเงิน และสีทอง อีกทั้งยังใช้วัสดุที่เป็นโลหะ เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวกล้อง</p>
<p>พร้อมกับความสามารถในการบันทึกวิดีโอระดับความละเอียด HD ที่ 1280 x 720 พิกเซลที่ 30 เฟรมต่อวินาที</p>
<p>Canon IXUS 100 IS รุ่นนี้จะมาพร้อมกับระบบประมวลผลภาพ DIGIC 4 นวัตกรรมล่าสุดลิขสิทธิ์เฉพาะของแคนนอนที่ได้เปิดตัวไปแล้วในกล้องบางรุ่นเมื่อปีที่ผ่านมา DIGIC 4 เป็นสุดยอดเทคโนโลยีประมวลผลภาพด้วยความเร็วสูงขึ้นถึง 1.3 เท่า มาพร้อมคุณสมบัติเด่นอื่นๆ ได้แก่</p>
<p>เทคโนโลยีตรวจจับใบหน้า (Face Detection Technology) </p>
<p>เทคโนโลยีโฟกัสวัตถุเคลื่อนไหว (Motion Detection Technology)</p>
<p>เทคโนโลยีลดสัญญาณรบกวนภาพ (Noise Reduction Technology) </p>
<p>CANON IXUS 100IS ยังมาพร้อมลูกเล่นใหม่ล่าสุด เทคโนโลยีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (Scene Detection Technology) ในโหมดถ่ายภาพ Smart Auto ที่จะช่วยให้ปรับภาพให้มีความคมชัด สีสันสมบูรณ์สมจริงรายละเอียดครบถ้วนยิ่งขึ้น ด้วยการวิเคราะห์และปรับแต่งภาพอัตโนมัติได้มากถึง 18 แบบ อาทิ การปรับโฟกัสจับภาพเคลื่อนไหว การปรับโฟกัสระยะใกล้ไกล ปรับสีและแสงภาพมืดให้สว่างในสภาพการถ่ายภาพย้อนแสง กลางแดดจัด หรือสภาพแสงน้อยและมีระบบ Image Stabilizer ป้องกันภาพสั่นไหวในขณะที่ถ่ายภาพ และใช้เทคโนโลยี Face Detection ระบบจับภาพใบหน้าอัตโนมัติ โดยมีความสามารถในการถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสูงสุด 12.1 ล้านพิกเซล มีระยะเลนส์อยู่ที่ 33-100 มิลลิเมตร ซูมออฟติคอลได้ 3 เท่า ซูมดิจิตอลได้ 4 เท่า มีค่ารูรับแสงอยู่ที่ F3.2-5.8 มีค่า ISO ตั้งแต่ 80-1600 มีความเร็วชัตเตอร์อยู่ที่ 15-1/1500 วินาที ใช้หน้าจอ LCD แบบ PureColor II ขนาด 2.5 นิ้วที่ 230,000 สี</p>
<p>Canon IXUS 100 IS รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพอัตโนมัติ Smart AUTO ที่สามารถเลือกใช้งานได้ถึง 18 โหมด ใช้แบตเตอรี่ Li-Ion NB-4L ที่สามารถถ่ายภาพได้ 210 ภาพ มีขนาดอยู่ที่ 87 x 54.5 x 18.4 มิลลิเมตร หนักอยู่ที่ 115 กรัม ไม่รวมแบตเตอรี่ บันทึกภาพผ่านทางการ์ด SD/SDHC/MMC/MMCplus/HC MMCplus</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/canon-ixus-100-is/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Ricoh CX1</title>
		<link>http://www.verizon-xv6800.com/ricoh-cx1</link>
		<comments>http://www.verizon-xv6800.com/ricoh-cx1#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 May 2012 10:04:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.verizon-xv6800.com/?p=281</guid>
		<description><![CDATA[กล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ CX1 กล้องดิจิตอลคอมแพครุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเลนส์ซูมมุมกว้าง 7.1 เท่า ( เทียบเท่าเลนส์ 28-200 mm. เมื่อเทียบกับกล้อง 35 mm. ) ทั้งยังสามารถขยายช่วงไดนามิค เรนจ์ ( Dynamic Range ) ได้กว้างถึง 12 EV ( Exposure Value ) ซึ่งช่วยให้สามารถถ่ายภาพในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างสูงได้ดีขึ้น โดยยังสามารถเก็บรายละเอียดทั้งในส่วนที่สว่างและส่วนมืดได้อย่างครบถ้วน ด้วยประสิทธิภาพของระบบประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด Smooth Imagine Engine IV และเซนเซอร์ CMOS คุณภาพสูงในกล้องดิจิตอล Ricoh CX1 สามารถถ่ายทอดภาพถ่ายที่สวยงาม มีสัญญาณรบกวน ( Noise ) ต่ำ รวมถึงมีระบบ Dynamic range double shot mode ที่สามารถขยายช่วงไดนามิค เรนจ์ ได้มากเป็น 2 เท่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img alt="" src="http://www.thecameracity.com/filemanager/article/bigpic/176.jpg" class="alignnone" width="450" height="301" /></p>
<p>กล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ CX1 กล้องดิจิตอลคอมแพครุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเลนส์ซูมมุมกว้าง 7.1 เท่า ( เทียบเท่าเลนส์ 28-200 mm. เมื่อเทียบกับกล้อง 35 mm. ) ทั้งยังสามารถขยายช่วงไดนามิค เรนจ์ ( Dynamic Range ) ได้กว้างถึง 12 EV ( Exposure Value ) ซึ่งช่วยให้สามารถถ่ายภาพในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างสูงได้ดีขึ้น โดยยังสามารถเก็บรายละเอียดทั้งในส่วนที่สว่างและส่วนมืดได้อย่างครบถ้วน </p>
<p>ด้วยประสิทธิภาพของระบบประมวลผลรุ่นใหม่ล่าสุด Smooth Imagine Engine IV และเซนเซอร์ CMOS คุณภาพสูงในกล้องดิจิตอล Ricoh CX1 สามารถถ่ายทอดภาพถ่ายที่สวยงาม มีสัญญาณรบกวน ( Noise ) ต่ำ รวมถึงมีระบบ Dynamic range double shot mode ที่สามารถขยายช่วงไดนามิค เรนจ์ ได้มากเป็น 2 เท่า พร้อมด้วยระบบ High-speed continuous shooting functions ที่ช่วยให้ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงได้อย่างง่ายดาย</p>
<p>กล้องดิจิตอล Ricoh CX1 ยังได้เพิ่มระบบการทำงานอื่นๆ ที่น่าสนใจ อีก เช่น ระบบออโต้ไวท์บาลานซ์แบบ MP ( Multi-Pattern Auto White Balance ) โดยแบ่งพื้นที่ในภาพตามแหล่งกำเนิดแสงเพื่อใช้ในการคำนวนค่าไวท์บาลานซ์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น และระบบโฟกัสหลายจุด ( Multi-Target AF ) ซึ่งจะทำการถ่ายภาพต่อเนื่องพร้อมกับการเปลี่ยนระยะโฟกัส 7 ครั้ง เพื่อลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการโฟกัสได้ไม่ตรงจุดที่ต้องการ ด้วยระบบต่างๆ ที่กล่าวถึงนี้ ทำให้กล้องดิจิตอล Ricoh CX1 สามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายที่มีสีสันสวยงาม คมชัด สมจริงเป็นธรรมชาติ ดุจบันทึกภาพนั้นด้วยตาตนเอง</p>
<p>กล้องดิจิตอล Ricoh CX1 มาพร้อมจอ LCD ขนาดใหญ่ 3.0 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 920,000 พิกเซล และระบบถ่ายภาพต่อเนื่องที่มีความเร็วถึง 4 ภาพ/วินาที ช่วยให้สามารถเก็บภาพประทับใจที่อาจเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีได้อย่างง่ายดาย ซึ่งกล้องดิจิตอล Ricoh CX1 นั้นถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด &#8220;A tool you will want to use every day&#8221; และถือเป็นอีกขั้นหนึ่งของความสมบูรณ์แบบในกล้องคอมแพคดิจิตอลแห่งอนาคต</p>
<p><จุดเด่นหลักของกล้องดิจิตอล Ricoh CX1 ></p>
<p>1. ถ่ายทอดภาพถ่ายคุณภาพสูง ด้วยระบบประมวลผลและเซนเซอร์รุ่นล่าสุด<br />
- กล้องดิจิตอล CX1 ใช้ระบบประมวลผล Smooth Imagine Engine IV ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุด และเซนเซอร์รับภาพรุ่นใหม่แบบ CMOS sensor ซึ่งพัฒนาให้มีความสามารถในการใช้งานในสภาพแสงต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ถ่ายทอดรายละเอียดของภาพได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังมีสัญญาณรบกวน (Noise) ต่ำกว่ามาตรฐานในกล้องรุ่นเดิม<br />
?ด้วยระบบประมวลผลรุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างดีจนมีความสามารถในการรับแสงได้ดีกว่า ซึ่งทำให้กล้องดิจิตอล CX1 มีช่วงไดนามิค เรนจ์ กว้างกว่ากล้องรุ่นก่อนหน้า 1 EV ด้วยคุณสมบัตินี้ ทำให้สามารถถ่ายภาพในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างสูงโดยยังรักษารายละเอียดในส่วนที่สว่างได้ดียิ่งขึ้น และได้ภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น</p>
<p>2. ระบบขยายช่วงไดนามิค เรนจ์ ( Dynamic Range ) เป็น 2 เท่า เพื่อเก็บรายละเอียดทั้งในส่วนที่มืดและส่วนที่สว่างได้ดียิ่งขึ้น<br />
- ด้วยความสามารถของระบบประมวลผลรุ่นใหม่ ที่นอกจากจะช่วยให้กล้องดิจิตอล CX1 สามารถถ่ายภาพด้วยความเร็วสูงได้แล้ว ยังสามารถเพิ่มช่วงไดนามิค เรนจ์ ได้มากขึ้นเป็น2 เท่า ด้วยการถ่ายภาพต่อเนื่องสองภาพด้วยค่าการรับแสงที่ต่างกัน แล้วนำภาพที่ได้มาประมวลผลเพื่อรวมเป็นภาพเดียวกัน ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้กล้องดิจิตอล CX1 มีช่วงไดนามิคที่กว้างถึง 12 EV และสามารถเก็บรายละเอียดในภาพได้กว้างทั้งในส่วนที่สว่างและส่วนที่มืด ได้ภาพถ่ายที่สวยงามอย่างที่ตาเห็น<br />
- ในการถ่ายภาพแบบขยายช่วงไดนามิค เรนจ์ ยังสามารถเลือกที่จะเก็บภาพแบบปกติไว้อีกภาพ เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบผลของภาพ และเลือกใช้งานได้ตามความต้องการ</p>
<p>33. ระบบออโต้ไวท์บาลานซ์แบบ MP (Multi-Pattern auto white balance function) ช่วยให้ได้ภาพถ่ายที่มีสีสันถูกต้องสวยงามที่สุด แม้จะถ่ายภาพภายใต้สภาพแสงที่มีแหล่งกำเนิดแสงที่แตกต่างกันหลายชนิด<br />
- ในการถ่ายภาพที่มีทั้งส่วนที่อยู่ในร่มและส่วนที่โดนแสง หรือในสถานะการณ์ที่ใช้แสงผสมทั้งจากแสงแฟลชและแสงในสถานที่นั้นๆ (แสงจากหลอดฟลูออเรสเซนท์ หรือแสงแบบอื่นๆ ) ระบบนี้จะคำนวนค่าไวท์บาลานซ์โดยแบ่งพื้นที่ในภาพออกเป็นส่วน และเลือกใช้ไวท์บาลานซ์ที่เหมาะกับสภาพแสงนั้นๆ ซึ่งระบบนี้ถูกปรับปรุงมาเพื่อใช้ในสภาพแสงที่ซับซ้อน จนระบบออโต้ไวท์บาลานซ์แบบเดิมไม่สามารถทำงานได้เที่ยงตรง</p>
<p>4. จอแสดงภาพขนาดใหญ่ 3.0 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 920,000 พิกเซล<br />
-ด้วยจอแสดงภาพขนาดใหญ่ ความละเอียดสูง และมีมุมมองในการชมภาพที่กว้าง ทั้งยังได้ผ่านขั้นตอนการเคลือบผิวด้วยฟลูออไรน์เพื่อป้องกันฝุ่นและการเปรอะเปื้อน ถูกเคลือบอีกชั้นเพื่อป้องกันรอยจากการขีดข่วน รวมถึงป้องกันแสงสะท้อนได้เป็นอย่างดี ทำให้จอแสดงภาพนี้สามารถใช้งานได้ดีในการถ่ายภาพกลางแจ้ง<br />
- ด้วยการจัดรูปแบบการแสดงผล การแสดงตัวอักษรและสัญลักษณ์ที่ชัดเจน อ่านค่าง่ายแม้เพียงมองผ่านอย่างรวดเร็ว และยังสามารถแสดงภาพได้พร้อมกันมากถึง 81 ภาพ ช่วยให้สามารถค้นหาและตรวจสอบภาพหลังการถ่ายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายขึ้น<br />
- การแสดงข้อมูลการถ่ายภาพที่ชัดเจน อ่านค่าง่าย และแสดงค่าต่างๆ พร้อมกับการชมภาพโดยที่ไม่บดบังภาพถ่าย</p>
<p>5. ด้วยระบบโฟกัสหลายวัตถุ (Multi-Target AF function) กล้องจะหาระยะโฟกัส 7 ตำแหน่งพร้อมทั้งบันทึกภาพต่อเนื่องในจุดโฟกัสทั้ง 7 จุด<br />
- กล้องจะทำการคำนวนหาระยะโฟกัสและทำการถ่ายภาพต่อเนื่อง 7 ภาพพร้อมกับเปลี่ยนระยะโฟกัสไปพร้อมๆ กันด้วย หลังจากถ่ายภาพเสร็จสิ้น จะสามารถนำภาพที่ถ่ายทั้งหมดมาเลือกภาพที่โฟกัสได้ตรงกับจุดที่ต้องการมากที่สุด ระบบนี้มีประโยชน์ในการถ่ายภาพมาโครด้วยช่วงซูมเทเล ซึ่งมีช่วงความคมชัดค่อนข้างแคบและมีโอกาสที่จะโฟกัสผิดพลาดได้ง่ายกว่า<br />
*ภาพถ่ายที่บันทึกต่อเนื่องจะถูกบันทึกรวมเป็นหนึ่งไฟล์ในรูปแบบไฟล์ MP (เป็นไฟล์ภาพถ่ายต่อเนื่องที่รวมอยู่ในไฟล์เดียวกัน)</p>
<p>6. ระบบถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงที่ถูกปรับปรุงให้สามารถถ่ายภาพเหตุการณ์หรือสิ่งที่เคลื่อนไหวได้แม่นยำยิ่งขึ้น<br />
- ในโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ความเร็วถึง 4 ภาพ/วินาที ในการถ่ายภาพด้วยความละเอียดสูงสุด<br />
*ความเร็วในการถ่ายภาพขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมขณะถ่ายภาพ ชนิดและลักษณะเฉพาะของการ์ดที่ใช้<br />
- ระบบถ่ายภาพเพิ่มต่อเนื่อง M สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องจำนวน 30 ภาพ (30 ภาพ/วินาที) ในเวลาหนึ่งวินาทีก่อนที่นิ้วจะปล่อยปุ่มชัตเตอร์ หรือถ่ายภาพจำนวน 30 ภาพ (15 ภาพ/วินาที) ในเวลาสองวินาทีก่อนที่นิ้วจะปล่อยปุ่มชัตเตอร์ ซึ่งการกะจังหวะในการถ่ายภาพด้วยการปล่อยปุ่มชัตเตอร์นั้นสามารถที่จะทำได้ง่ายและแม่นยำกว่า<br />
*ขนาดภาพจะถูกจำกัดอยู่ที่ N1728 (2M)<br />
*ภาพถ่ายที่บันทึกต่อเนื่องจะถูกบันทึกรวมเป็นหนึ่งไฟล์ในรูปแบบไฟล์ MP (เป็นไฟล์ภาพถ่ายต่อเนื่องที่รวมอยู่ในไฟล์เดียวกัน)<br />
- ระบบถ่ายภาพเพิ่มต่อเนื่องความเร็วสูง สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องจำนวน 120 ภาพ (120 ภาพ/วินาที) ในเวลาหนึ่งวินาทีหลังจากกดปุ่มชัตเตอร์ หรือถ่ายภาพจำนวน 120 ภาพ (60 ภาพ/วินาที) ในเวลาสองวินาทีหลังจากกดปุ่มชัตเตอร์<br />
*ขนาดภาพจะถูกจำกัดอยู่ที่ N640 (VGA).<br />
*ภาพถ่ายที่บันทึกต่อเนื่องจะถูกบันทึกรวมเป็นหนึ่งไฟล์ในรูปแบบไฟล์ MP (เป็นไฟล์ภาพถ่ายต่อเนื่องที่รวมอยู่ในไฟล์เดียวกัน)</p>
<p>7. เลนส์ซูมมุมกว้าง 7.1 เท่า (เทียบเท่าเลนส์ 28-200 mm. เมื่อเทียบกับกล้อง 35 mm.) ในกล้องที่มีขนาดที่กระทัดรัดและใช้งานง่าย<br />
- ด้วยระบบเลนส์แบบ Double retracting ในกล้อง Ricoh ทำให้สามารถออกแบบเลนส์ซูม 7.1 เท่า ไว้ในกล้องขนาดกระทัดรัดที่ง่ายทั้งการพกพาและการใช้งาน<br />
- เลนส์ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในทุกสถานะการณ์ ใช้งานได้ดีตั้งแต่การถ่ายภาพในช่วงเทเลโฟโต้ ไปจนถึงการถ่ายภาพทิวทัศน์ สถาปัตยกรรมหรือการตกแต่งภาพในด้วยช่วงมุมกว้าง</p>
<p>8. ระบบมาโครที่ยอดเยี่ยม<br />
- ด้วยระบบถ่ายภาพมาโครที่สามารถเข้าใกล้ได้ถึง 1 ซม. ในช่วงมุมกว้าง* และ 25 ซม. ในช่วงเทเลโฟโต้<br />
*เทียบเท่าเลนส์ในช่วง 32 mm. เมื่อเทียบกับกล้อง 35 mm.)<br />
- เมื่อถ่ายภาพระยะใกล้ในขณะที่ใช้โหมดถ่ายภาพแบบ Easy กล้องจะทำการสลับเข้าสู่ระบบถ่ายภาพมาโครให้โดยทันที ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย คล่องตัวมากยิ่งขึ้น</p>
<p>9. ฟังก์ชั่นที่ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย ภายใต้การออกแบบในแนวคิด &#8220;A tool you will want to use every day&#8221;<br />
? ระบบวัดระดับน้ำอิเลคทรอนิคส์ที่ทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำยิ่งขึ้น<br />
- ระบบป้องกันภาพสั่นไหวโดยการเคลื่อนชุดเซนเซอร์เพื่อชดเชยจากสั่นไหวจากมือผู้ถ่ายภาพ<br />
- โหมดถ่ายภาพ Face ที่จะทำการติดตามและโฟกัสไปที่ใบหน้าของบุคคลในภาพ ซึ่งสามารถติดตามได้พร้อมกันถึง 4 คน ทั้งยังปรับค่าการรับแสงและไวท์บาลานซ์ให้เหมาะสมที่สุด<br />
- โหมดถ่ายภาพแบบ Easy ที่ใช้งานได้ง่ายที่สุด สะดวก และได้ภาพที่สวยงาม<br />
- ระยะโฟกัสใกล้สุดในการถ่ายภาพมาโคร สามารถแสดงให้ทราบบนจอแสดงภาพ เพื่อความสะดวกในการเข้าใกล้สิ่งที่จะถ่าย<br />
- สัดส่วนภาพแบบ 1:1 อันเป็นเอกลักษณ์ ง่ายต่อการจัดองค์ประกอบ และเพิ่มเสน่ห์ให้ภาพถ่าย<br />
- เลือกปังธงภาพถ่ายที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย เพื่อการค้นหาและเรียกดูภาพสำคัญได้อย่างรวดเร็ว<br />
- ค้นหาและดูภาพถ่ายได้อย่างสะดวก ด้วยการแสดงภาพที่รวดเร็ว ใหญ่ และสบายตา</p>
<p>*&#8221;Dynamic Range&#8221; คือ ช่วงความสามารถในการรับแสงของสื่อที่ใช้ในการรับแสง (CCD / CMOS sensor หรือฟิล์ม) ซึ่งจะทำให้สามารถเก็บรายละเอียดของภาพที่มีพื้นที่ที่มีค่าแสงแตกต่างกันมาก (High Contrast) อยู่ภายในภาพเดียวกัน เช่น การถ่ายภาพบุคคลในร่มโดยมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์ที่ได้รับแสงแดดจัด เป็นต้น ซึ่งหากสื่อที่ใช้ในการรับแสงนั้นมีช่วงไดนามิค เรนจ์ ที่มากจะทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วนทั้งในส่วนที่สว่างและมืด โดยไม่จำเป็นต้องเลือกตำแหน่งในการวัดแสงเพื่อเลือกเก็บเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง และภาพที่ได้จะสวยงามใกล้เคียงกับที่ตาเห็นมากที่สุด</p>
<p>*&#8221;ไฟล์ MP&#8221; ในเอกสารนี้อ้างอิงถึง &#8220;ไฟล์ Extended MP&#8221; ซึ่งมีลักษณะเป็นภาพชุด หลายๆ ภาพในภาพเดียวกัน นิยามตามมาตรฐานของ CIPA (โดยที่ไฟล์จะใช้นามสกุล MPO)<br />
ไฟล์ MP ที่บันทึกผ่านกล้อง CX1 สามารถเลือกภาพ และบันทึกแยกออกมาเป็นภาพเดี่ยวนามสกุล JPEG ได้โดยคำสั่งในตัวกล้อง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.verizon-xv6800.com/ricoh-cx1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

